จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการ “การบริหารทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง และการจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย”  เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนทางสังคม สนับสนุนการรวมกลุ่มและพัฒนาศักยภาพของชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือและบูรณาการการทางานระหว่างกองทุนภาครัฐ

 พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ “การบริหารทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง และการจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย” จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย โดยใช้แนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Based) และแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ที่ครอบคลุมเรื่องการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การท่องเที่ยว ระบบขนส่ง ระบบเตือนภัย เป็นต้น และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในพื้นที่

 นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เช่น ขยะทะเลที่เพิ่มมากขึ้นและพิษจากไมโครพลาสติกที่กำลังเป็นปัญหาใหม่ จากข้อมูลกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปี 2567 โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พบว่า คนไทยได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายประมาณ 50,000 ชิ้นต่อคนต่อปี เสี่ยงป่วยโรคทางเดินอาหาร ระบบฮอร์โมน และเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งสาเหตุจากพลาสติกไหลจากแม่น้ำลงสู่ทะเล และสัตว์น้ำบริโภค ส่งผลให้ไมโครพลาสติกปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร

 ขณะที่ภาคใต้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งยาวกว่า 823.06 กิโลเมตร สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งปลูกสร้างบริเวณชายฝั่ง ส่งผลต่อชุมชนและท้องถิ่น ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเพิ่มขึ้นสูงถึง 30% ของพื้นที่ปะการังทั่วประเทศนอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดภัยพิบัติ เช่น ปรากฏการณ์ Rain bomb ที่ทำให้ฝนตกหนักฉับพลันในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย ทั้งหมดนี้ล้วนกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศ

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือกับ สกสว. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อน

1.ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 2.บูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมขับเคลื่อนทางสังค

 3.พัฒนาศักยภาพชุมชนให้เกิดการจัดการอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงกับภาครัฐและเอกชน  

 4.สร้างความร่วมมือระหว่างกองทุนภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดย สสส. ร่วมสนับสนุนใน 4 มิติ

             1.สร้างเสริมสุขภาพควบคู่การขับเคลื่อนและสนับสนุนการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

2.พัฒนายุทธศาสตร์ด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้เชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ของ สสส.

  3.ส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้ประกอบการและสร้างเครือข่ายในพื้นที่ 4.สนับสนุนกิจกรรมขับเคลื่อนในพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อให้การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งเกิดประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดกลไกการทำงานที่เข้มแข็ง

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือฯ ในครั้งนี้มุ่งไปไกลกว่าการลงนามเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการจับมือเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดผลลัพธ์จริง เป็นของขวัญปีใหม่แด่ประชาชนไทย ผ่านการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมมาบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรสำคัญของประเทศ ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ความร่วมมือนี้ให้ความสำคัญกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อทำให้ปัญหาที่มองไม่เห็น เช่น คุณภาพอากาศหรือมลพิษ กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้และนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการสร้างเสริมสุขภาพในมิติองค์รวม ทั้งกายและใจ

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า สกสว. เป็นตัวกลางในการประสานงานหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัย (PMUs) หน่วยงานทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการวิจัย สำหรับการสนับสนุนการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย นอกจากนี้ ยังมุ่งเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง โดยบูรณากับแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม