เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.อ.วริษฐ์ ปทุมารักษ์ ผกก.2 บก.ปคม. พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สว.กก.5 บก.ปคม. ร่วมจับกุม น.ส.สกุลณา (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี และนายนิวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 7201,7203/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 68 ในข้อหา “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯ”
สืบเนื่องจากตำรวจ บก.ปคม. พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ International Protection Alliance (IPA) และมูลนิธิ Our Rescue ประเทศไทย เข้าช่วยเหลือ น.ส.เอ และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ และฟื้นฟูสภาพจิตใจ จากการซักถามผู้เสียหายให้การว่า เมื่อกลางปี 2567 ขณะนั้นผู้เสียหายอายุเพียง 15 ปี ได้ถูกชักชวนไปทำงานร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งภายในร้านเป็นห้องแอร์ มีตู้คาราโอเกะแบบหยอดเหรียญให้ลูกค้าร้องเพลงได้ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น.-03.00 น. หรือบางครั้งเปิดจนถึงเช้า
ส่วนวิธีการซื้อบริการทางเพศจากทางร้านจะเป็นการนั่งดื่มก่อนแล้วค่อยตกลงจ่ายเงินค่าตัวให้กับ น.ส.สกุลณา ก่อนไปให้บริการทางเพศลูกค้าที่รีสอร์ทใกล้กับร้าน คิดค่าตัวครั้งละ 1,500 บาท หักให้กับทางร้าน 300 บาท เหลือ 1,200 บาท ซึ่งเป็นค่าตัว โดย น.ส.สกุลณา จะรวบรวมเก็บไว้ให้จ่ายเป็นเงินเดือนทุกสิ้นเดือนหรือวันที่ 1 ของเดือนถัดไป พร้อมหักเงินเป็นค่าน้ำค่าไฟ 200 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง2 โดยจับกุม น.ส.สกุลณา ได้ที่ร้านคาราโอเกะ หมู่ 4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แต่ในขณะเข้าจับกุมยังไม่พบตัว นายนิวัฒน์ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเมื่อนายนิวัฒน์ ทราบข่าวการจับกุม จะต้องมาดูที่ร้าน จึงได้วางกำลังดักซุ่มดู กระทั่งกลางดึกของคืนเดียวกัน นายนิวัฒน์ ขับรถเข้ามาดูร้านจริง ก่อนจับกุมตัวดังกล่าว
สอบสวน น.ส.สกุลณาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายนิวัฒน์ ให้การภาคเสธ โดยให้การอ้างว่าตนเป็นอดีตสามีของ น.ส.สกุลณา ทำหน้าที่หาเด็ก และรับส่งเด็กที่มาทำงานที่ร้านจริง แต่ไม่เคยรู้ว่ามีการค้าประเวณีในร้าน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



