เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึง ความพร้อมมาตรการปลอดภัยช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในพื้นที่กทม. ว่า ในส่วนสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ มีแจ้งจัดงานช่วงวันที่ 30 ธ.ค.68 -5 ม.ค.69 รวม 14 แห่ง ตามข้อกฎหมายหากจะจุดพลุต้องขออนุญาตกับสำนักงานเขตล่วงหน้า 15 วัน ก่อนการจัดงาน
“ถ้านับตามจุดที่ทำแผนว่าจะจัดงาน ณ วันนี้(30 ธ.ค.)มี 14 จุด แต่ไม่ใช่ทั้ง 14 จุด จะจุดพลุ จุดจัดงานใดต้องการจุดพลุต้องทำหนังสือขออนุญาตมายังผอ.เขต พร้อมทำแผน จำนวนที่จุด ระยะเวลาที่ใช้ รัศมีการตกของพลุ รวมถึงแผนการเข้าระงับเหตุและดับเพลิงเป็นอย่างไร เป็นต้น”
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ผู้จัดงานจะมีทีมดับเพลิงเป็นของตนเอง แต่กทม.จะจัดทีมเสริมไว้กรณีฉุกเฉินด้วย ซึ่งแผนความปลอดภัยนี้จะต้องยื่นมาให้พิจารณาก่อนจะได้รับอนุญาตให้จุดพลุ อย่างไรก็ตาม การขออนุญาตมาอาจจะไม่ได้หมายความว่าเขตจะพิจารณาให้จุดพลุ ย้ำว่าหากไม่ได้ขออนุญาตแม้เป็นจุดจัดงานขนาดเล็ก ก็ไม่สามารถจุดพลุได้

รองผู้ว่าฯกทม. ยังกล่าวถึง การบริหารจัดการบุคคล อย่างนักท่องเที่ยว คาดว่าปีนี้จะมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะสถิติหลังโควิด-19 พบมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเคาท์ดาวน์เพิ่มขึ้นทุกปี สิ่งที่กังวลในพื้นที่จัดงานคือ มีจำนวนคนหนาแน่น แต่เนื่องจากสถานที่จัดงานในกทม.ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ดังนั้น การจะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวขาดอากาศหายใจจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย
“แต่สิ่งที่กังวลคือ หากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นแล้ว คนไม่ได้รับการสื่อสารที่รวดเร็ว ชัดเจน ก็อาจทำให้เกิดความโกลาหลและเกิดการเหยียบกันได้”
ดังนั้น การจัด Emergency Lane สำหรับสถานที่จัดงานเคาท์ดาวน์ จึงยังคงต้องมี แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ การติดตั้งเครื่องขยายเสียง ตรงจุดคัดกรองคนเข้าพื้นที่จัดงานและจุดปลายแถว เพื่อให้ประชาชนสามารถได้ยินเสียงประกาศชัดเจน เพราะบางคนไม่ได้อยู่ร่วมงานหน้าเวทีจะได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีการจัดล่าม 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และจีน ประจำจุดคัดกรอง คอยให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศด้วย พร้อมขอบคุณประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ปัจจุบันเห็นความสำคัญและเข้าใจว่าการจัดงานในพื้นที่กทม. ต้องมี Emergency Lane อาจทำให้พื้นที่จัดงานแคบลง แต่เพื่อความปลอดภัย เมื่อมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นต้องมีช่องอำนวยความสะดวกให้รถพยาบาล กระทั่งไว้เป็นช่องทางสำหรับเดินออกเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวอีกว่า หลังการจัดงานเสร็จจะจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและเร่งเคลียร์คนร่วมงานออกอย่างเป็นระบบ ผ่านการเดินทางกลับด้วยระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ อาทิ รถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน เป็นต้น โดยขอความร่วมมือทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน จัดระเบียบผู้โดยสารบริเวณบันไดเลื่อนทางขึ้น-ลง และบริเวณชานชาลาที่รอรถ ไม่ให้มีคนหนาแน่น โดยจะแบ่งเป็นลอต ทยอยให้ผู้โดยสารเข้าไปยังบริเวณชานชาลา ไม่ปล่อยให้เข้าไปคราวละจำนวนมาก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้
“สุดท้ายต้องฝากเรื่องเมาไม่ขับ ตลอดปี 68 กทม.สามารถลดอุบัติเหตุได้ 9% จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติตัวตามกฎหมายทั้งเมาไม่ขับ สวมใส่หมวกกันน็อคทุกครั้ง กทม.เองได้ปิดจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั้งทำผิวถนนให้เรียบ ติดไฟส่องสว่างในจุดอับ รวมถึงตัดแต่งกิ่งไม้ไม่ให้บังสายตาเวลาขับ” รองผู้ว่าฯกทม.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานที่จัดงานที่ได้รับอนุญาตให้จุดพลุได้ในช่วงคืนเคาท์ดาวน์มีทั้งหมดรวม 20 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค.68).




