ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจ จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น

ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ล่าสุด น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงเรื่องนี้ว่า ธปท. ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน

สำหรับการกำหนดวงเงินใหม่ ตามช่วงอายุ ดังนี้

  • ช่วงอายุ 10-12 ปี บัญชี e-Money ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
  • ช่วงอายุ 12-15 ปี บัญชี e-Money และบัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล) ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
  • ช่วงอายุ 15-18 ปี บัญชี e-Money และบัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล) ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน

ทั้งนี้ ปรับจากเดิมอายุ 12-14 ปี ไม่เกิน 30,000 บาทต่อวัน และอายุ 15-17 ปี ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน

เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซ็นเตอร์ และสาขา

สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.-ต.ค.69

ขณะที่ในปัจจุบัน พบว่า มีการนำบัญชีเยาวชน หรือ อายุต่ำกว่า 18 ปี มาใช้ในการกระทำความผิดมากขึ้น (บัญชีม้า) โดยจากข้อมูลพบว่า มีมิจฉาชีพใช้บัญชีเยาวชน เป็นเครื่องมือหลอกลวง สร้างความเสียหายแล้วในช่วง ต.ค.68-พ.ค.69 รวม 185 ล้านบาท

เยาวชนเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่เจตนา บัญชีม้ามีโทษทางอาญา (พ.ร.ก.ไซเบอร์) จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

“การกำหนดดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบ ดูแลความสะดวกลูกค้า โดยวงเงินไม่รวมธุรกรรมความเสี่ยงต่ำ เช่น โอนไปบัญชีตนเองในธนาคารเดียวกัน ชำระสินเชื่อของตนเอง ชำระค่าสาธารณูปโภค ไม่รวมกรณีลูกค้าได้รับการแจ้งวงเงินใหม่ล่วงหน้า ลูกค้าขอเพิ่มวงเงินได้สะดวก ทราบผลภายในเวลารวดเร็ว โดยเชื่อว่า จะช่วยสกัดการทำธุรกรรมของมิจฉาชีพได้” น.ส.ชญาวดี กล่าว