เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่หมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังสถานการณ์การปะทะคลี่คลายลง พบว่าภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีเสียงปืนหรือความเคลื่อนไหวทางทหารเพิ่มเติมให้เห็น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ คือ ร่องรอยความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ที่ตกกระจายตามบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างหลายหลัง บางจุดพังเสียหายอย่างหนัก ต้องรอการสำรวจและซ่อมแซมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมดังเช่นก่อนเกิดเหตุการณ์ปะทะ
ขณะเดียวกัน สภาพอากาศในพื้นที่วันนี้มีลมพัดแรงและอากาศหนาวเย็น ชาวบ้านที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่างออกมาก่อไฟผิงเพื่อคลายความหนาว บางส่วนพากันนัดรวมตัวบริเวณบังเกอร์ประจำหมู่บ้าน แม้สถานการณ์จะสงบลงแล้ว
จากการลงพื้นที่สำรวจของผู้สื่อข่าวเพิ่มเติม พบบ้านเรือนประชาชนบางหลังในพื้นที่แนวปะทะได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังคา ผนัง และโครงสร้างบางส่วนพังถล่ม ไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะบ้านหลังหนึ่งที่ถูกแรงระเบิดจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ภายในบ้านไม่พบเจ้าของบ้านหรือสมาชิกในครอบครัว คาดว่าได้อพยพออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางสำรวจบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ปะทะ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมากไม่สามารถกลับมาอยู่อาศัยได้ พบเพียงสุนัข ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นสุนัขในหมู่บ้านที่อยู่บ้านหลังนี้ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ปะทะในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ได้นำไปด้วย และออกมาด้วยความหิวโซและต้องการอาหารเป็นอย่างมาก
จากการสอบถาม ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า หลังทราบข่าวการหยุดปะทะ ครบ 72 ชั่วโมง ก็รีบกลับมาบ้านทันที ตนดีใจเป็นอย่างมากที่ได้กลับมาบ้าน โดยไม่กลัวว่าเสียงปืนจะดังขึ้นแต่อย่างใด เพราะเราประกาศหยุดยิงแล้ว หลังจากต้องจากบ้านไปนานหลายสัปดาห์ ซึ่งหลังจากกลับมาอยู่บ้านก็ต้องมานั่งประเมินสถานการณ์วันต่อวันว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้าวันใดเสียงปืนดังอีก ตนก็จะอพยพออกไปอีก
ขณะที่ชาวบ้านอีกรายได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนแรกคิดว่าตอนปีใหม่ต้องอยู่ในศูนย์อพยพ ก็เป็นเรื่องดีที่ได้กลับบ้านกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง ก็รู้สึกโล่งใจขึ้น แต่ก็ยังคงไม่ไว้ใจกัมพูชา ถามว่าในใจลึกๆ กังวลไหมก็กังวลและไม่อยากให้มีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้น แต่ถ้ามี คราวนี้ก็จะเอาให้จบ เพราะไม่มีความเชื่อใจให้กัมพูชาอย่างแน่นอน.



