สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ถุงยางอนามัยและยาเม็ดคุมกำเนิดซึ่งจำหน่ายในจีน จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 13% ซึ่งเป็นอัตรามาตรฐานสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งกำลังพยายามอย่างหนัก เพื่อเพิ่มอัตราการเกิดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก หลังจำนวนประชากรจีนลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เมื่อปี 2024 และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แนวโน้มนี้จะยังคงดำเนินต่อไป “หากไม่มีการดำเนินมาตรการอย่างจริงจังในทุกมิติ”


ระหว่างปี 2567-2568 รัฐบาลปักกิ่งดำเนินมาตรการที่เรียกว่า “มาตรการอันเป็นมิตรต่อการเจริญพันธุ์” มาแล้วหลายอย่าง เช่น การลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินอุดหนุนการเลี้ยงดูบุตร การมอบเงินอุดหนุนรายปี ที่เป็นการเริ่มให้เงินสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรเป็นรายปี


ในด้านการศึกษามีการสนับสนุนให้วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยจัดหลักสูตร “การศึกษาด้านความรัก” เพื่อสร้างเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อการแต่งงาน การมีความรัก และการมีครอบครัว


นอกจากนี้ ผู้นำระดับสูงของจีนให้คำมั่น ระหว่างการประชุมงานด้านเศรษฐกิจส่วนกลาง เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า จะส่งเสริม “ทัศนคติเชิงบวกต่อการแต่งงานและการมีบุตร” เพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราการเกิด ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราการเกิดลดลง เป็นผลกระทบจากนโยบายลูกคนเดียว ระหว่างปี 2523-2558 การขยายตัวของสังคมเมืองอย่างรวดเร็ว ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนในการจ้างงาน และสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES