เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ Bird Garden Cafe จ.ขอนแก่น พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัย “เลือกตั้งเทื่อเดียว เปลี่ยนอนาคตขอนแก่น” โดยมีการปราศรัยนำโดยนายอภิชาติ ศิริสุนทร อดีตเลขาธิการพรรคก้าวไกล นายวีรนันท์ ฮวดศรี ผู้สมัคร สส. ขอนแก่น พรรคประชาชน เขต 1 หมายเลข 3 และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่เสียงประชาชนมีความหมายจริงๆ การเลือกตั้งนี้ไม่มีเสียง สว. มาโหวตนายกฯ แล้ว พร้อมย้ำ นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่มาจากการโหวตของ สส.
การเลือกตั้งครั้งต่อไปเป็นการเลือกตั้งชี้ชะตาอนาคตประเทศ ระหว่างรัฐบาลส้มหรือรัฐบาลสีอื่น ต้องกา 2 ใบ กาเบอร์ 46 เลือกพรรคประชาชน และกาเบอร์ สส. เขต จากพรรคประชาชน
ผู้สมัครของเราทุกคนคุณภาพคับแก้ว สิ่งที่ตนอยากบอกต่อ การเลือกตั้งครั้งหน้าต้องสู้กับเรื่องสีเทา ตนยังมองไม่ค่อยเห็นว่าพรรคไหนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสีเทา บางพรรคออกมายืนยันกับสื่อด้วยซ้ำว่าสนิทกับเบน สมิธ ผู้มีความเกี่ยวพันกับขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทำไมพรรคประชาชนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่ตนเชื่อมั่น ดังนี้ หนึ่ง มีจุดยืนมั่นคง อยู่ฝั่งประชาธิปไตย ย้ำเสมอว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน สอง มีตัวแทนจากประชาชนมาทำงานเพื่อประชาชน สาม มีนโยบายดี สี่ มีทีมบริหารมืออาชีพ
ในด้านจุดยืนด้านประชาธิปไตย ขอนแก่นเป็นหมุดหมายหนึ่งที่สำคัญของฟากฝั่งประชาธิปไตย ที่นี่มีอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญตั้งอยู่เป็นอนุสรณ์เตือนความทรงจำ ที่ผ่านมา ทั้ง MOU, MOA ถูกฉีกกี่หน พรรคอื่นเมื่อได้รับมอบอำนาจจากประชาชน เมื่อเข้าสภา ความคิดก็เปลี่ยนไป แต่ไม่ใช่สำหรับพรรคประชาชน จุดยืนมั่นคง เหมือนที่เคยเป็นมา
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงคำว่า สส. ย่อมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรที่ดีเป็นอย่างไร และได้ยกตัวอย่างผู้แทนจากขอนแก่น ลุงแคล้ว นรปติ เกิดชัยภูมิ เป็นทนายที่ขอนแก่น ชนะการเลือกตั้งเป็น สส. ขอนแก่น 8 สมัย เป็น สว. 1 สมัย เป็นคนสมถะ มีปัญหาหรือประชาชนเดือดร้อนที่ไหน เจอตัวที่นั่น เคยต้องขังด้วย ตอนปฏิวัติรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกฯ คล้ายกับพวกเราตอนนี้ พยายามเรียกร้องค่าไฟให้ถูกลง ก็ถูกฟ้อง 100 ล้านบาท นี่คือตัวอย่างที่พี่น้องประชาชนต้องดูว่า คนเป็นผู้แทนราษฎรหลังตรงไหม ก่อนเข้าสภามา กราบไหว้ พูดแบบหนึ่ง พอเข้าสภาแล้วยังหลังตรงหรือหมอบต่ำ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่สอง ไม่เงียบ ต้องเป็นปากเป็นเสียง เพราะความเงียบคือความอยุติธรรมแบบหนึ่ง ต้องเป็นปากเป็นเสียงให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน อย่างที่สาม พูดแบบไหน ทำแบบนั้น ตรงไปตรงมากับประชาชน ไม่ใช่พูดอย่าง ทำอย่าง เข้าสภาแล้วทำอีกอย่าง โกหกหมดเลย สิ่งสุดท้าย คุณมาทำงานตรงนี้เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ เพื่อพี่น้องประชาชน หรือเพื่อสแกมเมอร์ เพื่อทุนเทา หรือเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ที่ผ่านมามีข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพรรคประชาชน เนื่องจากเราเป็นพรรคมวลชน ที่มีตัวแทนจากประชาชน มันไม่เพอร์เฟกต์ แต่เมื่อเหตุเกิดที่เขต 33 กทม. เราก็จัดการทันที ไม่เห็นแก่พวกพ้อง นี่คือจุดเด่น สส. เป็นตัวแทนของปวงชน
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า เรามีนโยบายดีๆ เพื่อปากท้องของคนส่วนใหญ่ ที่ผ่านมา มีนโยบายลดแลกแจกแถม ก่อนจะทำเช่นนั้นได้ ต้องอุดรูรั่วไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศ สินค้าราคาต่ำ คุณภาพต่ำไหลทะลักเข้าประเทศ เขาไม่ได้ผลิตตามมาตรฐาน ไม่ได้ทำตามกฎหมาย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามีราคาต้นทุนต่ำกว่า ส่วนคนไทยทำตามกฎหมาย ราคาต้นทุนก็สูงกว่า

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า โดยปกติในอดีต จะมีกราฟ 2 เส้น เส้นหนึ่งคือการบริโภคและเส้นการผลิต เมื่อการบริโภคสูง การผลิตก็สูง ถ้าการบริโภคต่ำ การผลิตก็ต่ำ สัมพันธ์กัน แต่หลังโควิดเป็นต้นมา โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนไปแล้ว ในขณะที่รัฐบาลแจกเงินหมื่นให้คนไปซื้อของ โรงงานในประเทศไทยกลับปิดตัวเพราะเจ๊ง เพราะเงินไหลออกไปนอกประเทศ จะอุดรูรั่วอย่างไร ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยเดี๋ยวก็โดนตรวจทั้งเทศกิจ ตำรวจ สาธารณสุข ในขณะที่สินค้าต่างประเทศไม่โดนตรวจเลย ถ้าอยากขายสินค้าต่างประเทศได้ก็ต้องมีการกำกับกฎหมายให้เป็นธรรม ถึงจะขายได้เหมือนสินค้าที่คนไทย ถึงจะถูกต้อง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า พ่อตนกล่าวว่า ควรแก้ระบบราชการ เพราะคนตัวเล็กตัวน้อยโดนรีดไถอยู่ พ่อกล่าวว่าระบบราชการจะแก้อย่างไร มันยุ่งยาก มันเทอะทะ ตนกล่าวว่า รู้ว่าแก้ยาก แต่ถ้าไม่ตั้งใจแก้ แล้วเมื่อไรจะได้แก้ เราแก้ได้ เพราะ สส. ของเราไม่ได้รับทุนเทา ไม่ได้มาจากทุนใหญ่ ไม่ได้มาจากบ้านใหญ่ เราจะแก้ได้จริง เพราะเราทำเพื่อพี่น้องประชาชน เรามีนโยบายหวยใบเสร็จ โดยที่ไม่ได้ละทิ้งนโยบายคนละครึ่ง แต่นโยบายหวยใบเสร็จเราจะออกทุกวันที่ 16 และ 30 อย่างร้านกาแฟ ซื้อสินค้าครบ 500 บาท แลกหวยได้ 1 ใบ เพื่อจูงใจให้คนซื้อสินค้า จับจ่ายใช้สอยที่ร้านรวงเล็ก ๆ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า เราจะปรับค่าแรงเป็นธรรมอัตโนมัติทุกปีตามค่าครองชีพ พรรคการเมืองชอบเอาตัวเลขมาเกทับ ถ้าเรารู้ว่าเงินเฟ้อเท่าไร ค่าแรงเท่าไร ทำไมเราไม่ปรับให้สอดคล้องกัน นี่คือนโยบายเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน ค่าไฟจะถูกลง 25 สต. ภายใน 1 ปีแรก ถ้าตกลงกับกลุ่มทุนพลังงานได้ โดยภายใน 10 ปี จะเปิดเสรีพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์ ประเทศที่เปิดสรีพลังงานไฟฟ้าจนสมบูรณ์ทำให้ค่าไฟถูกลงภายใน 75 สต. แน่นอน
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สิงคโปร์ประกาศชัดว่าเป็น Digital Hub จะสร้าง AI Data Center ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าเยอะ ประเทศไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญมาก เอาเขื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน ผลิตไฟฟ้าได้เอง ส่งออกไปขายประเทศเพื่อนบ้านได้หมด นี่คือตัวอย่างการลงทุน Megaproject ที่คนตัวเล็กตัวน้อยได้ประโยชน์เพราะค่าไฟถูกลง ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศด้วย เราต้องมีนโยบายการต่างประเทศที่สอดรับกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้าว่า ยังทำเหมือนเดิมทั้งเด็กเล็ก คนทำงาน ผู้สูงอายุ เรายอมรับตามข้อเท็จจริงว่าให้เดือนละ 3,000 บาทไม่ได้ เพราะรัฐบาลก่อนหน้าใช้เงินในกองคลังจนร่อยหรอ เราทำได้จริง ให้ได้จริงที่เดือนละ 1,500 บาท เศรษฐกิจดีขึ้น เราก็ค่อยๆ ปรับสวัสดิการในอนาคตได้ ต้องค่อยๆ ทำ อย่างแรกต้องเอาเราเข้าไปบริหารประเทศก่อน นโยบายเศรษฐกิจปากท้อง เช่น เรื่องภาระค่าใช้จ่าย เรื่องการดูแลผู้สูงอายุ เรามีนโยบายในการลดภาระลูกหลานที่ต้องดูแลพ่อเฒ่าแม่แก่ พี่น้อง อสม. เป็นกำลังด่านหน้าทำงานอาสาสมัคร ได้เงินเดือนไม่คุ้ม อยู่มาหลาย 10 ปี เรามีนโยบายยกระดับ อสม. ให้เป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ ได้รับการเทรนด์จากรัฐว่าดูแลผู้สูงอายุได้จริง รับได้เลย 15,000 บาทต่อเดือน

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ทุกนโยบายไม่ได้คิดแต่เรื่องแจก เราลดภาระค่าใช้จ่ายด้วย เศรษฐกิจหมุนเวียนก็เศรษฐกิจดีวันดีคืน นโยบายดีๆ มีอีกเยอะ ตัวอย่าง เรื่องกองทัพทันสมัย ไม่ใช่แค่ขอนแก่น ที่ อ.คง จ.นครราชสีมา ก็เชียร์พรรคเรา ถามประโยคแรก ทหารมีไว้ทำไม ตนตอบมีไว้ปกป้องประเทศ ไม่ใช่ปกครองประเทศ แม่ค้าบอกสบายใจหลังได้ยินข่าวบิดเบือนบนโลกออนไลน์ เราสนับสนุนให้กองทัพมีความทันสมัย ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า เรามีทีมบริหารมืออาชีพ นอกจากนโยบายดี 200 กว่าข้อ เราแบ่งทีมบริหารเป็น 4 ด้าน ด้านเศรษฐกิจนำโดยอาจารย์วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ด้านคุณภาพชีวิต ดูแลเรื่องสวัสดิการ นำโดยอาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด เรื่องความมั่นคงใหม่ ประชาธิปไตย ด้านการบริหารภัยพิบัติต่างๆ เรามีพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ด้านปฏิรูประบบราชการ นำโดยศิริกัญญา ตันสกุล เราไม่เชื่อว่าทุกปัญหาของประเทศขณะนี้จะแก้ได้ด้วยนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว รัฐบาลชุดหน้าต้องเป็นรัฐบาลที่มีทีมเข้มแข็ง ต้องมีที่มาที่ไป ความรู้ความสามารถเหมาะสม ไม่ได้มาจากมุ้ง ไม่ได้แบ่งตามโควต้า แบ่งตามความรู้ความสามารถ
“ต่างกับการเมืองเก่า เปิดตัวทีมบริหารก่อนก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะไปรวมกลุ่มกับคนอื่นอย่างไร มีคนถามว่า เราเปิดตัวทีมบริหาร แล้วจะได้เข้าทำเนียบครบไหม เรื่องนี้ต้องฝากพ่อแม่พี่น้องไปเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย เหลือเวลา 5 สัปดาห์กว่าๆ เรามีภารกิจในการทำร่วมกัน วันนี้เพิ่งเปิดแคมเปญใหม่ อาสาสู้ศึกเลือกตั้ง เราต้องการพลังของหัวคะแนนธรรมชาติ ด้อมส้มทั้งหลาย ช่วยกันส่งต่ออนาคตที่ดีให้ลูกหลาน ช่วยกันบอกต่อนโยบายดีของพรรคประชาชน หลังวันที่ 8 ก.พ. พบกันที่ทำเนียบรัฐบาล ขอบคุณครับ”นายณัฐพงษ์กล่าว.



