สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ว่ากระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโกออกแถลงการณ์ว่า เม็กซิโก “ขอประณามและปฏิเสธอย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการทางทหารที่ดำเนินการโดยฝ่ายเดียวโดยสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นกับเวเนซุเอลา” และถือเป็นการแทรกแซงอย่างร้ายแรง


ขณะที่ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวว่า การกระทำของสหรัฐ “เป็นการข้ามเส้นที่ไม่อาจยอมรับได้” และถือเป็น “การดูหมิ่นอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรงที่สุด” พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาคมโลก “ตอบโต้อย่างแข็งกร้าว”


ด้านประธานาธิบดี ยามานดู ออร์ซี ผู้นำอุรุกวัย กล่าวว่า กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐกับเนซุเอลา “ด้วยความใกล้ชิดและกังวลอย่างยิ่ง” พร้อมยืนยันว่า “ขอปฏิเสธการแทรกแซงทางทหาร เหมือนดังที่อุรุกวัยเคยยึดถือมาโดยตลอด”

ส่วนประธานาธิบดีกาเบรียล บอริก ผู้นำชิลี กล่าวว่า ประณามการแทรกแซงทางทหารไม่ว่ารูปแบบใดก็ตามในภูมิภาคแห่งนี้ การที่มหาอำนาจต่างชาติมีความตั้งใจ ที่จะเข้ามาบริหารจัดการประเทศอื่นนั้น “วันนี้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเวเนซุเอลา แต่วันพรุ่งนี้มันอาจเกิดขึ้นกับประเทศใดก็ได้”


อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีฆาบิเอร์ มิเล ผู้นำอาร์เจนตินา กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือ “ชัยชนะ” เหนือระบอบเผด็จการและอาชญากรรม และเรียกประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา “เป็นทรราชที่ค้ายาเสพติด” พร้อมเสนอความช่วยเหลือจากอาร์เจนตินาให้แก่เวเนซุเอลา ในการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่.

เครดิตภาพ : REUTERS