สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่าความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นกับสถานที่ราชการหลายแห่ง และกลิ่นอายของควันระเบิดยังคงอบอวลไปทั่วกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา หลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐ เมื่อวันเสาร์ เปิดทางให้หน่วยรบพิเศษเข้าสู่พื้นที่ เพื่อควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ไปดำเนินคดีที่สหรัฐ ฐานค้ายาเสพติดและก่อการร้าย
แม้มีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาชุมนุม ทั้งแสดงความยินดีต่อการสิ้นสุดอำนาจของมาดูโร และแสดงจุดยืนต่อต้านสหรัฐ ทว่าบรรยากาศของกรุงการากัสในภาพรวมยังคงเงียบเชียบ มีประชาชนออกมาสัญจรตามท้องถนนบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นการรีบซื้อหาสิ่งของจำเป็นและอาหาร แล้วเดินทางกลับเข้าที่พักอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี ชาวกรุงการากัสหลายคนเริ่มยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ส่วนใหญ่กล่าวไปในทางเดียวกัน คือนึกว่าเสียงระเบิดคือเสียงของการจุดพลุ แต่เมื่อมีแรงสั่นสะเทือนดังหลายนาที ประชาชนต่างรีบออกมาดูทางหน้าต่างและนอกบ้าน จึงพบกับเครื่องบินรบหลายสิบลำบินโฉบด้วยความเร็วสูง ตามด้วยกลุ่มควันและเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในหลายจุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของกระทรวงกลาโหม ฐานทัพ ค่ายทหาร สนามบิน และท่าเรือ
สำหรับชาวกรุงการากัส อนาคตยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า “การโจมตีระลอกที่สองอาจเกิดขึ้นหากจำเป็น” หลังมีรายงานว่า กองทัพเวเนซุเอลาพยายามรวบรวมกำลังพล และย้ำว่า สหรัฐจะเป็น “ผู้บริหาร” เวเนซุเอลา จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง “ที่เหมาะสม”

นายออสการ์ ปิโน ชาวกรุงการากัส กล่าวกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (ซีซีทีวี) ว่า สหรัฐไม่ได้สนใจเสรีภาพหรือความเป็นประชาธิปไตยของเวเนซุเอลา สิ่งที่สหรัฐต้องการจากเวเนซุเอลา คือน้ำมันและทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น
ขณะโคลอมเบียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเวเนซุเอลา สั่งเสริมกำลังทหารและรถถังตามแนวชายแดนที่ติดกันอย่างเข้มงวด เนื่องจากกังวลการเกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม จากการทะลักเข้าประเทศของผู้อพยพจากเวเนซุเอลา แม้สถานการณ์ในบริเวณนี้ยังสงบมากก็ตาม.
เครดิตภาพ : REUTERS, AFP



