สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า “เดอะ โพลิติโค” รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนกองทัพสหรัฐจะปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงในกรุงการากัส บรรดาเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ติดต่อกับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศ เพื่อหยั่งเชิงความสนใจในการกลับเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา


แหล่งข่าวระบุว่า ข้อเสนอหนึ่งที่รัฐบาลทรัมป์ นำมาใช้จูงใจในการพูดคุยกับบริษัทน้ำมันคือ หากบริษัทต้องการได้รับค่าชดเชยสำหรับทรัพย์สินที่สูญเสียไปจากการถูกไล่ออกจากเวเนซุเอลาในอดีต บริษัทเหล่านั้นควรกลับเข้าไปในเวเนซุเอลาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างดังกล่าวยังไม่สามารถดึงดูดให้บริษัทพลังงานกระตือรือร้นที่จะกลับไปได้ โดยเฉพาะเมื่อยังมีคำถามสำคัญ เกี่ยวกับเสถียรภาพในอนาคตของเวเนซุเอลา


ปัจจุบัน มีเพียงเชฟรอนเท่านั้น ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของสหรัฐ ที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ในเวเนซุเอลา แต่เป็นไปแบบ “ลุ่ม ๆ ดอน ๆ” เนื่องจากเงื่อนไขและข้อจำกัดทางกฎหมายหลายประการ ทั้งนี้ ประมาณ 1 ใน 4 ของน้ำมันที่ผลิตในเวเนซุเอลาโดยเชฟรอน ส่งออกไปยังสหรัฐ


ด้านโคโนโคฟิลิปส์ หนึ่งในบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐเทกซัส ออกแถลงการณ์ว่า กำลัง “เฝ้าติดตามสถานการณ์ในเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่ออุปทานพลังงานและความมั่นคงของโลก” พร้อมเสริมว่า “ยังเร็วเกินไป” ที่จะคาดการณ์เรื่องการกลับไปลงทุนในเวเนซุเอลา.

เครดิตภาพ : AFP