ผู้สมัครจากทั้งสองพรรคต่างลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง พบปะประชาชน นำเสนอนโยบาย และชูนโยบายที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างความเข้าใจว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสวัสดิการต่าง ๆ
ผู้สมัคร สส.นครนายกทุกคนต่างทราบดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองธรรมดา แต่เป็นศึกที่ต้องใช้ทั้งประสบการณ์ ความเชื่อมั่น และกลยุทธ์ทางการเมืองแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เพราะเป้าหมายสูงสุดคือการได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผู้ตัดสินชะตาการเมืองไม่ใช่ใครอื่น นอกจากประชาชนชาวนครนายก

สำหรับการเลือกตั้ง สส.จังหวัดนครนายก แบ่งออกเป็น 2 เขตเลือกตั้ง สามารถมี สส.ได้ 2 คน โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครนายก และอำเภอปากพลี เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อำเภอองครักษ์ และอำเภอบ้านนา
สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมทั้งสองเขตกว่า 200,000 คน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเปิดรับสมัคร สส.ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 27–31 ธันวาคม 2568 และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ใช้ห้องประชุมศรีนคร โรงเรียนนครนายก เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง สส.ทั้ง 2 เขต

เริ่มที่ เขตเลือกตั้งที่ 1 เมืองนครนายก–ปากพลี สนามนี้ถือเป็นไฮไลต์ของการเลือกตั้ง เมื่ออดีต สส. และนักการเมืองรุ่นใหม่ต้องมาประชันกันโดยตรง ระหว่าง พล.ต.ต.สุรพล (ผู้การแดง) บุญมา อดีต สส.นครนายก พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 1 ซึ่งมั่นใจในผลงานที่ผ่านมา โดยระบุว่าได้ลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และการประสานงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่ พร้อมขอความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง

ขณะที่คู่แข่งสำคัญคือ นายปิยวัฒน์ (เสี่ยอ๋อง) กิตติธเนศวร พรรคกล้าธรรม เบอร์ 2 บุตรชายของ ดร.วุฒิชัย (เสี่ยอ๋า) กิตติธเนศวร อดีต สส.นครนายกหลายสมัย ซึ่งถือเป็นทายาททางการเมืองที่ได้รับการจับตามอง โดยนายปิยวัฒน์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านบริหารจาก University of Portsmouth ประเทศอังกฤษ และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายปิยวัฒน์เปิดเผยว่า ตนทำงานพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง แม้เคยพลาดหวังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ไม่เคยท้อ พร้อมยืนยันว่าการเมืองคืออาชีพที่ตั้งใจทำเพื่อเดินตามรอยบิดา และต้องการใช้ความรู้ความสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 มีทั้งหมด 5 คน จาก 5 พรรค ได้แก่พล.ต.ต.สุรพล บุญมา พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 1 นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร พรรคกล้าธรรม เบอร์ 2 นายปริญ โอวาทกานนท์ พรรคประชาชน เบอร์ 3 นายสำเร็จ ศรีจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 4 พลโทวีรากร ประกอบ พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 5

เขตเลือกตั้งที่ 2 บ้านนา–องครักษ์ อีกหนึ่งสมรภูมิการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจ เมื่อการแข่งขันครั้งนี้เป็นการดวลกันระหว่างบุคคลในตระกูลการเมืองเดียวกัน คือ ดร.วุฒิชัย (เสี่ยอ๋า) กิตติธเนศวร พรรคกล้าธรรม เบอร์ 4 อดีต สส.นครนายกหลายสมัย ประกาศขอกลับมาชิงเก้าอี้อีกครั้ง หลังจากเคยพลาดหวังในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยย้ำว่าครั้งนี้มีความพร้อมทั้งประสบการณ์และทีมงาน
ขณะที่คู่แข่งคือ นายเกรียงไกร (หนุ่ม) กิตติธเนศวร พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 6 อดีต สส.นครนายก เขต 2 ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งย้ำว่าผลงานในสมัยที่ผ่านมาได้ผลักดันหลายโครงการผ่านสภา และยังมีแผนเดินหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องในต้นปี 2569 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 มีทั้งหมด 6 คน ได้แก่ ร.ต.อ.ธวัชชัย ถนนทอง พรรคแรงงานสร้างชาติ เบอร์ 1 นายสำราญ ตลับเพ็ชร์ พรรคประชาชน เบอร์ 2 นายธนานุพงษ์ มีมา พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 3 ดร.วุฒิชัย กิตติธเนศวร พรรคกล้าธรรม เบอร์ 4 นายสมชาย หวังสวัสดิ์ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 5 นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 6
การเลือกตั้ง สส.นครนายกครั้งนี้ ถือเป็นสนามการเมืองที่เข้มข้น ผู้สมัครทุกคนต่างประกาศความพร้อมในการอาสามารับใช้ประชาชน และล้วนมีประสบการณ์ ความรู้ และศักยภาพ แต่สุดท้ายแล้ว ผู้ที่จะได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภามีเพียงหนึ่งเดียว ต่อหนึ่งเขตเท่านั้น ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชนชาวนครนายก ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตทางการเมืองของจังหวัดในครั้งนี้อย่างแท้จริง.
วิเชียร/การันต์ พุ่มบุญฑริก



