เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 7 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภา ออกมาระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น เนื่องจากเมื่อปี 2567 ได้มีการเปลี่ยนผู้รับจ้างการสอบจากเดิมมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ช่วงเป็น สส.ศรีสะเกษ เมื่อปี 2566 มีชาวบ้านมาร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น ว่ามีนายหน้าในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้พูดกับชาวบ้านในพื้นที่ว่า หากใครอยากรับราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล ให้หาเงินมาจ่าย 5-8 แสนบาท แล้วแต่ตำแหน่ง ได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้จำนวนมาก จึงมาร้องต่อมหาดไทยในวันที่ 5 ม.ค. 67 และในวันที่ 26 ม.ค. 67 ได้มีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

การที่นายรังสิมันต์ กล่าวหานายอนุทิน ได้มีการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพานั้น ต้องเรียนว่าในปี 62 และ 64 มีการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น 2 ครั้ง โดยมีผู้รับจ้างคือมหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งการที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียนก็เกิดจาก 2 มหาวิทยาลัยนี้เป็นผู้รับจ้างจัดการสอบ และเมื่อตนทราบว่ามหาวิทยาลัยบูรพาจะได้เป็นผู้รับจ้างให้ดำเนินการสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงได้นำประชาชน จ.ศรีสะเกษ ไปร้องเรียน และจะเห็นว่ามีกลุ่มบุคคลที่จ่ายเงิน สอบภาค ก. ภาค ข. ไม่ผ่านแล้วปรับแก้ให้ผ่าน ถือเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินเพื่อให้สอบผ่าน ซึ่งในศรีสะเกษมีคนที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านก็ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด 19 คดี ทราบวา่จะมีเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ รับติดต่อนำเงินไปคืนผู้เสียหายเหล่านั้น

“การโกงสอบท้องถิ่น เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต แต่จับไม่ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องเล็กมาก เพราะใน สถ. คนที่สามารถโกงสอบท้องถิ่นได้ มีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเพียงแค่ 5 ตำแหน่ง คืออธิบดี สถ. รองอธิบดี สถ. ที่เกี่ยวข้อง ผอ.กอง ผอ.กลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในการจัดสอบปี 62 และ 64 ที่จับไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ลงตัว แต่ในการจัดสอบปี 68 จับได้เนื่องจากมีการเปลี่ยนอธิบดี สถ.หลายคน โควตาที่ไปรับมาอาจจะมีผลประโยชน์ไม่ลงตัว แต่ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้รู้ว่าขบวนการนี้มีอยู่จริง” นายอาสพลธ์ กล่าว

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า “มีกลุ่มที่สอบผ่านอยู่แล้ว แต่แก้คะแนนให้สูงขึ้น 97 ราย หลายคนสงสัยว่าในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าคนเหล่านี้และมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการแก้ไขคะแนนให้สูงขึ้นทำไม 97 รายนี้ได้บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นอีกในเวลาต่อไป เราไม่สามารถทำอะไรเขาได้เนื่องจากเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ เรื่องนี้เป็นช่องว่างของกฎหมาย ซึ่งพรรคภูมิใจไทย กำลังอยู่ในระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อเสนอต่อสภา ว่าต่อไปหากพบการทุจริตที่เกิดขึ้นจากการจัดสอบ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ตำรวจ ทหารหรือหน่วยงานไหนก็ตาม กลุ่มคนที่แก้ไขคะแนนถือเป็นการโกง ต้องไม่ได้รับการบรรจุเพื่ออุดช่องโหว่ของกฎหมายในขณะนี้” นายอาสพลธ์ กล่าว

ต่อไป ขอให้กรม สถ. ส่งรายชื่อทั้ง 5,925 ราย ไปยังทั้ง 5 หน่วยงานที่ทำ MOU ร่วมกันให้ตรวจสอบทั้งหมดและในส่วนของ ปปง. จะต้องตรวจสอบธุรกรรมการเงินของคนที่อยู่ระดับสูงกว่าระดับ 10  ที่ดำเนินการไปแล้วได้หรือไม่ ส่วนทั้ง 97 ราย ได้บรรจุและรับเงินเดือนไปแล้ว แต่คดีจะพิพากษาจนถึงที่สุดใช้เวลา 3-5 ปี หากปรากฏว่าทั้ง 97 รายนี้มีความผิดจึงเป็นหน้าที่ของ สถ. จะต้องเรียกเงินคืนทั้งหมด แต่บัญชีผู้สอบผ่านมีอายุแค่ 2 ปี ขณะที่กระบวนการพิจารณา 97 คน ที่แก้คะแนนให้สูงขึ้นต้องใช้เวลาถึง 5 ปี และอาจทำให้ 97 คนที่อยู่ในบัญชีถัดมา และยังไม่ได้บรรจุอาจกลับมาฟ้อง สถ. เพราะเขาเสียประโยชน์โดยตรง ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะมีคนโกงสอบท้องถิ่น

เมื่อถามย้ำว่าใน กมธ.ป.ป.ช. ที่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ เชื่อว่ามีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า “วันนี้ข้อมูลยังไปไม่ถึง แต่ขอถามว่าระดับ 10 จะกล้าทำเพียงลำพังหรือ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ เราจึงเชื่อว่ามีทั้งระดับ 11 หรือสูงกว่า 11 ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน เราก็จะได้เห็นการแถลงข่าวว่ามีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเชิงลึกกับใครบ้าง โดยใช้เวลาประมาณ 90 วัน ก็จะมีการอายัดทรัพย์และส่งฟ้องคดี” ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าว