เมื่อวันที่ 6 ส.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) สั่งการให้ พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผกก.สส.บก.น.8) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุม นายกวางฉ่าง อายุ 29 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 543/2569 ลงวันที่ 11 พ.ค. 2569 ในข้อหา “อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน”
โดยจับกุมได้บริเวณหน้าคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ย่านซอยหัวหมาก 12 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ เงินสด 500,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์ 1 คัน รวมถึงยาเคตามีน น้ำหนัก 2.56 กรัม และยาแฮปปี้วอเตอร์ จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 36.12 กรัม
การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.8 ได้ดำเนินการสืบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ ก่อนขยายผลจับกุมกลุ่ม “คอกม้า” ซึ่งมีหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้เสียหาย รวม 6 ราย ในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน โดยนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สน.บุคคโล เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พบว่า เงินสดที่กลุ่มคอกม้าถอนออกมา จะถูกนำไปส่งมอบให้นายกวางฉ่าง ซึ่งทำหน้าที่เป็น “มือขวา” คอยรับเงินสดไปเก็บรวบรวม ก่อนนำไปส่งต่อยังร้านแลกเงินและจุดรับแลกคริปโตเคอร์เรนซีเถื่อนในพื้นที่ที่มีชาวจีนพักอาศัย เพื่อแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและส่งกลับไปยังบอสชาวจีน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด พบว่านายกวางฉ่างเดินทางไปรับเงินสดจากเครือข่ายคอกม้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ซึ่งเป็นคดีของ สภ.สามพราน จ.นครปฐม จึงประสานข้อมูลร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ก่อนเข้าจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก 2 ราย และนำไปสู่การเข้าปิดล้อมจับกุมนายกวางฉ่างในเวลาต่อมา
จากการสอบสวน นายกวางฉ่างให้การรับสารภาพว่า เงินสดที่ตรวจพบ ได้รับคำสั่งจากบอสชาวจีนให้นำไปรับจากกลุ่มคอกม้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อนำไปแลกเป็นเหรียญดิจิทัลสกุล USDT ผ่านตลาดมืด ก่อนส่งต่อให้บอสจีน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียก่อน ส่วนยาเสพติดที่พบอ้างว่าซื้อไว้เสพเองและจำหน่ายต่อให้กลุ่มนักเที่ยวราตรีชาวจีน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบเส้นทางการนำเงินไปแลกคริปโตเคอร์เรนซีตามจุดต่าง ๆ จำนวน 3 แห่ง และพบเส้นทางการโอนเหรียญดิจิทัลไปยังบอสชาวจีน มียอดหมุนเวียนรวม 1,660,000 USDT หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 54.8 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้จากขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายกวางฉ่างพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์สิน และขยายผลจับกุมเครือข่ายแลกเงินเถื่อนที่เกี่ยวข้องต่อไป.



