น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 2/2568 ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ การประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ.2568 จำนวน 28 รายการ ได้แก่ ประเภทรายการที่เสี่ยงต่อการสูญหายต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน ดังนี้ 1.ระบบเขียนภาษามลายูปาตานี อักษรยาวี 2.จาปิง 3.ประเพณีการขึ้นเปลเด็ก 4.ประเพณีงานกระจาด 5.ระหัดวิดน้ำลำตะคอง 6.ผ้าไททรงดำ 7.การต่อเรือหัวโทง 8.ผ้าปักชาวเขาเผ่าเมี่ยน 9.รถสองแถวไม้ 10.กลองหลวงลำพูน 11.โลงมอญ 12.ทุงผะเหวดอุบลราชธานี ประเภทรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ดังนี้ 1.สินไซ 2.ตำนานเมืองฟ้าแดดสงยาง 3.โหวด 4.หมอลำ 5.กลองตึ่งโนง/ตึ่งโนง 6.ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับกลองปู่จา 7.ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับการแข่งเรือ 8.งานเจ้าพ่อศรีนครเตา 9.ข้าวเม่า 10.ไก่ฆอและ 11.แกงมะแฮะ 12.ทอดมันหน่อกะลา 13.สไบมอญน้ำเค็ม 14.ผ้าไหมชาติพันธุ์จังหวัดสุรินทร์ 15.เซปักตะกร้อ และ 16.วิ่งเปี้ยว และมอบกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ.2568 ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังเห็นชอบการเสนอรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพื่อขอขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโก ได้แก่ “ว่าว” เป็นมรดกร่วมในบัญชีรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ตามที่มาเลเซียเสนอ เนื่องจากว่าวเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายแสดงถึงชุมชนและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมทั่วเอเชีย อีกทั้งการเล่นว่าว เป็นขนบประเพณีที่ยังคงแพร่หลายทั่วภูมิภาค โดยหยั่งรากลึกในมรดกทางวัฒนธรรมและเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเทศกาล กิจกรรมตามฤดูกาล และการรวมกลุ่มกันของชุมชน ด้วยความสำคัญทางวัฒนธรรมและการแพร่หลายในภูมิภาค ขนบประเพณีนี้จึงสมควรได้รับการยอมรับในการอนุรักษ์ในฐานะเป็นส่วนสำคัญของมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของสังคมเอเชีย นอกจากนี้ ประเทศไทยได้ขึ้น บัญชี “ว่าวไทย” ในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี พ.ศ.2554 เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยที่มีความคล้ายคลึงกับมรดกภูมิปัญญาของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้รับการยอมรับในคุณค่าและความสำคัญ ตลอดจนความเคารพ และเกิดความชื่นชมร่วมกัน



