เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า นายสุวรรณ สำเภาทอง อายุ 80 ปี ชาวบ้านหลักวอ เทศบาลตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้ดำรงชีวิตด้วยการตระเวนออกเก็บ “ข้าวเรี่ย” หรือเมล็ดข้าวบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ในแปลงนาของชาวบ้าน หลังเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวไปแล้ว เพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนประทังชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบ

โดยพบว่าเจ้าของที่นาหลายแห่ง จะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำกิน เข้ามาเก็บข้าวเปลือกที่เหลืออยู่ได้ เพราะหากเก็บข้าวเรี่ยหล่นนี้มาใช้ประโยชน์ ก็จะไม่คุ้มกับค่าแรงงานที่เสีย

นายสุวรรณ สำเภาทอง เล่าว่า ตนรู้สึกเสียดายข้าวที่ตกหล่น หลังจากรถเกี่ยวข้าวเกี่ยวไปไม่หมด จึงขออนุญาตเจ้าของที่นา ออกมาเดินเร่เก็บข้าวเรี่ยที่ถูกทิ้งเอาไว้เพื่อนำไปบริโภค โดยต้องหาเก็บตามแปลงนาที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไม่นาน ซึ่งเจ้าของนามักจะไม่มาตามเกี่ยวข้าวที่เหลือ เพราะเป็นรวงข้าวเล็กๆ ไม่คุ้มที่จะตามเดินเก็บทั้งวัน

“ตนจะเดินเก็บแต่ละวันประมาณ 1-2 ถุงปุ๋ย แล้วนำไปตีเก็บเมล็ดไว้สีกินเอง เพราะตนเป็นผู้สูงอายุ ไม่มีอาชีพประจำ มีรายได้เพียงแค่เบี้ยยังชีพคนชรา และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนเท่านั้น ในแต่ละปีจึงต้องออกหาข้าวตามที่นาชาวบ้านเป็นประจำ แต่ปีนี้สุขภาพไม่ดี เดินเก็บข้าวเรี่ยได้เพียง 4-5 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ต้องออกหาเก็บทุกวัน เพื่อให้มีข้าวเพียงพอสำรองไว้กินในแต่ละปีอีกด้วย” นายสุวรรณ กล่าว