สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ว่าประธานาธิบดีคลอเดีย ไชน์บาว์ม ผู้นำเม็กซิโก กล่าวว่า ทวีปอเมริกาที่ประกอบด้วยอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ “ไม่ใช่ของลัทธิใด หรือมหาอำนาจฝ่ายใดทั้งสิ้น” ทวีปอเมริกา “เป็นของประชาชนแต่ละประเทศที่รวมตัวและประกอบกันขึ้นมาเป็นทวีปแห่งนี้”
“Americas do not belong to any power.”
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) January 5, 2026
Mexican President Claudia Sheinbaum responds after US President Donald Trump describes his actions in Venezuela as an update of the Monroe Doctrine, the 1823 policy asserting US influence in the region. pic.twitter.com/UlVRHjMlyP
คำกล่าวของไชน์บาว์มเป็นการตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งกล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารในการบุกไปจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา คือปฏิบัติการที่สะท้อนการปรับปรุง “ลัทธิมอนโร” ซึ่งเป็นคำประกาศของประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร ผู้นำสหรัฐคนที่ 5 เมื่อปี 2366 ที่ระบุว่า ลาตินอเมริกาเป็นพื้นที่ปิดกั้นต่ออิทธิพลจากมหาอำนาจอื่น ซึ่งขณะนั้นหมายถึงยุโรป
Trump: "All the way back it dated to the Monroe Doctrines. And the Monroe Doctrine is a big deal. But we've superseded it by a lot. By a real lot. They now call it the Donroe Document. I don't know. It's Monroe Doctrine. We sort of forgot about it." pic.twitter.com/5YdM2iAS6W
— Aaron Rupar (@atrupar) January 3, 2026
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า ลัทธิมอนโร “เป็นเรื่องที่สำคัญมาก” อย่างไรก็ดี ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนมาไกลมากแล้ว จนกลายเป็น “ลัทธิดอนโร” ที่เป็นการตั้งชื่อหลักการดังกล่าวตามชื่อของตัวเอง และทิ้งท้ายว่า “การครอบงำของอเมริกาในซีกโลกตะวันตก จะไม่ถูกตั้งคำถามอีกต่อไป”.
เครดิตภาพ : AFP



