เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ ทหารกัมพูชา ยิงปืน ค. ใส่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตามหมู่บ้านและชุมชนต่างๆ พบชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างรู้สึกกังวลว่าจะเกิดสงครามรอบที่ 3 อีกอย่างแน่นอน หลังต่างคาดการณ์มาก่อนหน้านี้แล้วว่า กัมพูชา ไม่มีความจริงใจและเชื่อใจไม่ได้ การเจรจาหยุดยิงที่ผ่านมา หวังเพียงแค่ต้องการพักและเสริมกำลังรวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ มาต่อกรสู้รบกับไทยอีก หลังจากกัมพูชาเสียพื้นที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทหารไทยสามารถยึดคืนมาได้ตลอดแนวชายแดน ประกอบกับการยิงปืน ค. เข้ามาใส่ทหารไทยในวันนี้ ก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากัมพูชาต้องการเปิดศึกกับทหารไทยรอบที่ 3

นายวีรวัฒน์ พันธุ์ศิลป์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านแนงมุด ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนปราสาทคนา กล่าวว่า การที่เขมรยิงปืน ค. ใส่ทหารไทยเมื่อเช้า มีโอกาสเกิดสงครามรอบที่ 3 สูงมาก และเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ช่องบกแล้ว ก็จะลามไปทุกแนว ซึ่งแค่หยุดเคลื่อนไหวสามวัน ก็ทราบว่าเขมรมีการเคลื่อนไหวเสริมกำลังขยับขึ้นมาเหมือนเดิม ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็บอกว่า มีโอกาสเกิดขึ้นรอบสาม เพื่อรู้กันว่าเขมรเชื่อใจไม่ได้ ชาวบ้านพร้อมที่จะอพยพ เขาทำใจแล้วว่าหากเกิดเหตุการณ์ก็ต้องไป

นายวีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านและตนเคยตำหนิ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ท่านเคยพูดว่าปราสาทคนาเป็นพื้นที่สำรวจร่วม ทั้งที่อยู่บนแผ่นดินไทยชัดเจน ชาวบ้านก็กลัวว่าจะเสียปราสาท ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ แต่หลังจากการสู้รบ ท่านสั่งการให้ยึดปราสาทคนาและตลอดแนวชายแดนมาได้เกือบ 100% ท่านก็ทำให้เห็นแล้วว่าท่านไม่ค่อยพูด แต่ทำจริง ชาวบ้านก็ขอบคุณท่านมาก โดยเฉพาะปราสาทคนา ที่ทหารไทยสามารถลงไปยึดได้ถึงตีนเขาด้านล่างห่างจากตัวปราสาทคนาไปไม่ต่ำกว่า 600 เมตร ซึ่งจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นจุดชมวิวที่สวยงามได้ มีวิวมองเห็นพื้นที่ต่ำของกัมพูชาได้ชัดเจน และเมื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้แล้ว ชาวบ้านก็จะค้าขายมีรายได้ตามมาด้วย




