ดร.อมรเทพ​ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย โพสต์วิเคราะห์สถานการณ์ระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลา ระบุว่า เวเนซุเอลา-น้ำมัน-ตลาดเงินโลก: พายุลูกใหม่ที่กำลังก่อตัว และโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย

ถ้า “สถานการณ์สมมุติ” ที่สหรัฐ เข้าแทรกแซงเวเนซุเอลาเกิดขึ้นจริง… เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่ข่าวการเมืองต่างประเทศไกลตัวเราอีกต่อไป แต่มันคือการเขย่ากระดาน “เกมพลังงานโลก” ครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบถึงกระเป๋าเงินคนไทย

วิเคราะห์และข้อสังเกตที่น่าสนใจ ดังนี้

1.ราคาน้ำมัน : จากผันผวนสู่การ “ดิ่งยาว”

  • ถ้าสหรัฐ คุมเกมเวเนฯ ได้สำเร็จ จะเกิดการลงทุนขุดเจาะน้ำมันมหาศาล อุปทานน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้นแบบถาวร ไม่ใช่แค่ชั่วคราว
  • ทางเลือกของ OPEC : จะยอมลดการผลิตเพื่อพยุงราคา (แล้วเสียแชร์ให้สหรัฐ) หรือจะ “เปิดศึกราคาน้ำมัน” ผลิตแข่งเพื่อบีบให้คู่แข่งอยู่ไม่ได้?​
  • ฉากทัศน์เสี่ยง : เราอาจเห็นน้ำมันลงไปแตะระดับ $30/บาร์เรล ได้ในช่วงกลางปี
  • มุมมองเพิ่มเติม : เวเนซุเอลาคือเจ้าของสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ใครคุมที่นี่ได้ คือคนกำหนดทิศทางพลังงานโลกในระยะยาว

2.ค่าเงินบาท: แข็งค่าจนน่ากังวล

  • ปกติเวลาเกิดสงคราม ดอลลาร์จะแข็งค่าสั้นๆ แต่ถ้าเหตุการณ์จบไว บาทจะเผชิญแรงกดดันใหม่ทันที
  • เมื่อน้ำมันถูกลง = ไทยใช้เงินนำเข้าน้อยลง = ความต้องการดอลลาร์ลดลง = บาทแข็งค่า
  • ผลกระทบ : บาทแข็งจะไปซ้ำเติมภาคการส่งออก และบีบให้การดำเนินนโยบายการเงินทำได้ยากขึ้น หากเงินเฟ้อไทยต่ำยาว

3.กำลังซื้อฐานราก : เมื่อของถูกลง…แต่รายได้ลดกว่า

  • ราคาน้ำมันที่ร่วงแรง มักลากเอา “ราคาสินค้าเกษตร” ลงไปด้วย
  • พี่น้องเกษตรกร (ข้าว ยาง ปาล์ม) อาจเจอสภาวะ “ของเยอะแต่ราคาตก” แม้ต้นทุนน้ำมันจะลดลง แต่รายได้สุทธิอาจหายไปมากกว่าเดิม ทำให้กำลังซื้อในชนบทฟื้นตัวยาก

4.การส่งออก : ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้ว

  • นอกจากเรื่องราคาแล้ว ความเชื่อมั่นการลงทุนโลกที่เปราะบาง และความขัดแย้ง “สหรัฐ-จีน” ที่ยังคุกรุ่น ทำให้การค้าโลกไม่ได้กลับมาสดใสได้ง่ายๆ แม้ต้นทุนพลังงานจะถูกลงก็ตาม

บทสรุป : พายุนี้เราจะรอดอย่างไร?

  • การเปลี่ยนผ่านในเวเนซุเอลาไม่ใช่แค่เรื่องในอเมริกาใต้ แต่มันคือแรงกระเพื่อมที่จะมาถึงไทยทั้งในแง่ ราคาพลังงาน ค่าเงิน และกำลังซื้อ
  • ในช่วงที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอนสูงแบบนี้ อาจไม่ใช่เวลาของการไล่ล่าผลตอบแทนที่เสี่ยงเกินไป แต่เป็นเวลาของ “การรักษาสภาพคล่อง” และบริหารความเสี่ยงเพื่อให้อยู่รอดในพายุเศรษฐกิจลูกนี้