เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว พบว่าครูรายดังกล่าวเป็นข้าราชการครู สังกัดโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด และเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ออกให้เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 65 หมดอายุวันที่ 1 มิ.ย. 70 และขณะนี้ได้รับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และอยู่ระหว่างประสานข้อมูลเป็นทางการกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ และหากหน่วยงานต้นสังกัดมีการดำเนินการทางวินัย ซึ่งปรากฏว่ามีมูลเป็นการกระทำผิดวินัย จะเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
“กรณีนี้เป็นการประพฤติปฏิบัติตนของผู้ประกอบวิชาชีพครูที่ไม่เหมาะสม ซึ่งคุรุสภาในฐานะองค์กรที่กำกับดูแลวิชาชีพครู จะต้องดำเนินการพิจารณาความผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏด้วยความยุติธรรมกับทุกฝ่าย หากข้อกล่าวโทษเป็นความจริง อาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างร้ายแรง ซึ่งมีระดับโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่เกินห้าปี ทั้งนี้ การดำเนินการกับผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสม เป็นไปตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศธ. และ นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศธ. ที่มุ่งส่งเสริมให้ครูทุกคนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนและสังคม และต้องไม่กระทำการใดๆ ที่อาจเข้าข่าย ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ละเมิดทางเพศไม่ว่าจะเป็นทางวาจาหรือทางร่างกายต่อผู้อื่น เพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติคุณของวิชาชีพครู” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว.



