เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 ว่าที่ ร.อ.ณัฐ เธียรสูตร ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 1 พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวว่า จ.น่าน ยังคงเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก และน้ำแล้ง ที่เกิดซ้ำซากในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ ทั้งในฐานะอดีตเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองน่าน และรองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ทำให้เห็นปัญหาน้ำอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2568 ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ว่าที่ ร.อ.ณัฐ กล่าวว่า แม้เทศบาลเมืองน่านจะพยายามรับมืออย่างเต็มกำลัง แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ปริมาณน้ำมหาศาลจากพื้นที่นอกเขตเทศบาล ซึ่งอยู่นอกอำนาจการจัดการของท้องถิ่น ทำให้การแก้ปัญหาไม่สามารถทำได้อย่างยั่งยืน หากไม่มีการบูรณาการจากรัฐบาลกลาง โดยข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำสะท้อนชัดว่า ในช่วงฤดูฝน พื้นที่ต้นน้ำสามารถกักเก็บน้ำได้เพียงส่วนน้อย ขณะที่น้ำส่วนใหญ่ไหลบ่าลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ สร้างความเสียหายให้กับ อ.เมืองน่าน อ.ภูเพียง อ.ตาวังผา ก่อนจะไหลไปรวมที่เขื่อนขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันในฤดูแล้งกลับขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรอย่างรุนแรง

ว่าที่ ร.อ.ณัฐ กล่าวต่อด้วยว่า ตนขอเสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งแนวตั้งและแนวนอน อาทิ การสร้างแก้มลิงและอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง-เล็กตามลำน้ำสาขา การผันน้ำบางส่วนออกจากแม่น้ำน่าน ผ่านคลองผันน้ำด้านตะวันตก เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมเขตเมือง การใช้ระบบชลประทานควบคู่พื้นที่เกษตร เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และการวางแผนจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำ โดยประสานอำนาจจากรัฐบาลกลาง

“ปัญหาน้ำไม่ใช่แค่เรื่องภัยพิบัติ แต่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจ การเกษตร และคุณภาพชีวิต หากแก้ได้ จะเปิดโอกาสให้จังหวัดน่านพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยว การลงทุน และการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งนโยบายด้านเกษตรของพรรคกล้าธรรมเป็นนโยบายที่ทำได้จริง แก้ได้จริง และเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยจะผลักดันผ่านกลไกรัฐบาล หากผมได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ผมจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเสียงของชาวน่านสู่รัฐบาลโดยตรง เพื่อเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ราคาผลผลิตตกต่ำ และหนี้สินเกษตรกร อย่างจริงจังและต่อเนื่อง” ว่าที่ ร.อ.ณัฐ กล่าว.