เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านอาหารอีสาน “ข้าวคั่ว หัวหอม” ตั้งอยู่ริมถนนนเรศวร เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเมื่อครั้ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือพระองค์ภา เสด็จมาทรงงาน ผู้ช่วยอัยการ และรองอัยการจังหวัดอุดรธานี เมื่อปี 2551-2552 ได้เสด็จมาเสวยพระกระยาหารกับพระสหายที่ร้านดังกล่าวหลายครั้ง โดย นายเชี่ยวชาญ ศักดิ์ประติมากร อายุ 58 ปี เจ้าของร้าน ได้สาธิตปรุงเมนูโปรดของ “พระองค์ภา” เมื่อมาเสวยที่ร้านจะสั่งเมนูนี้ตลอดคือ “เสือร้องไห้จิ้มแจ่ว” (เนื้อวัวส่วนหน้าอก) โดยจะนำเนื้อไปย่างบนเตาถ่าน เสร็จแล้วหั่นใส่จาน จากนั้นจะปรุงน้ำจิ้มแจ่วด้วยพริกป่น ข้าวคั่ว น้ำปลา มะนาว และหอมซอย พร้อมนำข้าวเหนียวร้อน ๆ ใส่กระติบ

นายเชี่ยวชาญ เล่าว่า ครั้งแรกที่ “พระองค์ภา” เสด็จมาเสวยอาหารที่ร้าน ได้มีตำรวจซึ่งเป็นเพื่อนกัน โทรศัพท์มาแจ้งตนก่อนว่า “พระองค์ภา” จะเสด็จร้านตน ซึ่งตนรู้สึกตกใจ และคิดว่าจะเสด็จมาที่ร้านได้อย่างไร ร้านของตนเป็นร้านอาหารอีสานเล็กๆ เก่าๆ ยังไม่ได้ติดแอร์ ซักพักก็มีทหารองครักษ์มาตรวจที่ร้าน เคลียร์หน้าร้าน ตนคิดหนักเพราะไม่เคยรับเสด็จ ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ซึ่งทหารองครักษ์แจ้งว่าไม่ต้องกลัว ให้ทำตัวปกติ ไม่ต้องพูดราชาศัพท์ พูดปกติธรรมดา

เมื่อ “พระองค์ภา” มาถึงร้าน ทรงเป็นกันเองมาก ทรงสั่งเมนูหลายอย่าง แต่เมนูทรงโปรดคือ “เสือร้องไห้จิ้มแจ่ว” กับข้าวเหนียว เสวยจนหมดและบอกว่าอร่อยมาก หลังจากพระองค์ภามาเสวย ก็จะมีประชาชนตามรอยมาที่ร้าน ทำให้ร้านขายดีมาก มีครั้งหนึ่งวันนั้นฝนตก ลูกค้าก็เต็มร้าน มีตำรวจมาแจ้งว่า พระองค์ภาจะเสด็จมาที่ร้าน ลูกค้าก็จะออกจากร้าน แต่ทหารองครักษ์บอกไม่ต้องออกจากร้าน ให้กินตามปกติ ซึ่งพระองค์ภาเสด็จมาเสวยที่ร้าน 5 ครั้ง และยังมีทหารองครักษ์มาสั่งไปเสวยที่ประทับอีกหลายครั้ง

“…ผมเป็นชาวบ้านธรรมดา ใช้ราชาศัพท์ไม่เป็น เมื่อก่อนเป็นร้านเก่าๆ แต่ “พระองค์ภา” ยังให้เกียรติมานั่งเสวย รู้สึกใจหายครั้งแรกตอนท่านประชวร ใจหายครั้งที่สองพอได้ทราบข่าวว่าท่านสิ้นพระชนม์ เคยรับใช้ทำอาหารเสือร้องไห้ให้เสวย ทำให้ร้านมีชื่อเสียง เปิดร้านอาหารอีสาน ร้านลาบมา 28 ปี แม้ร้านไม่ได้ติดแอร์ พระองค์ท่านก็มาเสวย จะมาเสวยกับพระสหาย 4 คน จากนี้ผมจะเก็บถ้วยจาน 5 ชุด ที่ใส่อาหารให้เสวยเอาไว้ตลอดไป ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างยิ่ง…” นายเชี่ยวชาญ กล่าว.




