สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่าศูนย์บัญชาการยุโรปของกองทัพสหรัฐออกแถลงการณ์ เรื่องการยึดเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “มาริเนรา” ( Marinera ) เดิมชื่อ “เบลลา วัน” ( Bella 1 ) หลังติดตามไล่ล่าเรือลำนี้ ตั้งแต่ทะเลแคริบเบียน ใกล้กับชายฝั่งเวเนซุเอลา เมื่อช่วงคริสต์มาสปีที่แล้ว ไปจนถึงทะเลทางเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก
BREAKING WORLD EXCLUSIVE: RT obtains FIRST footage of Russian-flagged civilian Marinera tanker being CHASED by US Coast Guard warship in the North Atlantic https://t.co/sNbqJkm5O5 pic.twitter.com/XtbBML3a6j
— RT (@RT_com) January 6, 2026
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยามฝั่งของสหรัฐพยายามยึดเรือลำดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เรือสามารถหลบหนีไปได้ หลังจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแจ้งโดยตรงไปยังสหรัฐ ว่าเรือเบลลา วัน ซึ่งเดิมทีติดธงชาติกายอานา จดทะเบียนใหม่ภายใต้กฎหมายของรัสเซีย และใช้ชื่อเรือว่า มาริเนรา พร้อมทั้งย้ำว่า เรือลำนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ “กองเรือเงา” และต้องการให้สหรัฐยุติปฏิบัติการไล่ล่า
The @TheJusticeDept & @DHSgov, in coordination with the @DeptofWar today announced the seizure of
— U.S. European Command (@US_EUCOM) January 7, 2026
the M/V Bella 1 for violations of U.S. sanctions. The vessel was seized in the North Atlantic pursuant to a warrant issued by a U.S. federal court after being tracked by USCGC Munro. pic.twitter.com/bm5KcCK30X
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันยืนยันว่า เรือลำนี้อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ตั้งแต่ปี 2567 และเป็นหนึ่งในกองเรือเงา คอยลักลอบขนน้ำมันจากเวเนซุเอลา อิหร่าน และคิวบา ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่สหรัฐคว่ำบาตร
— U.S. European Command (@US_EUCOM) January 7, 2026
มีรายงานด้วยว่า ในช่วงหนึ่งของการไล่ล่า ลูกเรือพ่นสีธงชาติรัสเซียทับธงชาติกายอานา ซึ่งการอ้างสถานะว่ารัสเซียคุ้มครอง ทำให้ปฏิบัติการของสหรัฐยุ่งยากขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และเดินหน้าปฏิบัติการไล่ล่าเรือลำนี้
ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า กองทัพสหรัฐวางกำลังยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ในสหราชอาณาจักรล่วงหน้าก่อนการเข้ายึดเรือ โดยมีเครื่องบินซี-17 อย่างน้อย 12 ลำ ลงจอดที่ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด และลาเคนฮีธ ระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



