เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ตลาดท่าทราย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีผู้สมัคร สส.พรรคคู่แข่งในพื้นที่ กทม. จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้ติดตาม แต่กระบวนการเลือกตั้ง การเถียงกันไปมาเป็นเรื่องปกติ แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทย เน้นในเรื่องการเอานโยบาย และแนวคิดของแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ในการแก้ไขปัญหาประเทศ นี่เป็นจุดยืนของเราอยู่แล้ว 

เมื่อถามว่า จะต้องย้ำกับผู้ช่วยหาเสียงคนอื่นๆ ด้วยหรือไม่ เพื่อไม่ให้ไปกล่าวโจมตีคู่แข่งเพื่อให้เป็นการเมืองสร้างสรรค์ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้สื่อสารไปอยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในช่วงนี้ถือว่าเข้าสู่การหาเสียงที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นแล้ว บางพรรคการเมืองเริ่มสร้างวาทกรรมและขุดเอาบาดแผลในอดีตของพรรคคู่แข่งมาโจมตีกัน ในฐานะหัวหน้าพรรครู้สึกกังวลหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนเคยบอก ถ้าเพื่อไทยมีข้อบกพร่องอะไร มีบาดแผลอะไร ก็บอกมาเลยจะได้ชี้แจงทำความเข้าใจ เราเป็นพรรคการเมือง เราไม่กลัวการตรวจสอบ ข้อสงสัย และข้อห่วงใยของประชาชน เพราะนักการเมืองต้องเดินเข้าหาประชาชนและรับฟัง มองว่าเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำที่จะได้ทำความเข้าใจให้ตรงกัน 

เมื่อถามถึง กรณีที่นายจุลพันธ์ได้ร่วมเวทีดีเบตรายการหนึ่งได้เอ่ยแซวชวนพรรคประชาธิปัตย์ถึงการจับมือร่วมรัฐบาลนั้น ตอนนี้มีในใจแล้วหรือยังว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมจับมือกับใคร ไม่ร่วมกับใครบ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนบอกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าพรรคเพื่อไทย เรายังไม่คิดเรื่องนี้ สิ่งสำคัญคือเวลานี้ประชาชนจะเป็นผู้เลือก และตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจของประชาชนนั้นไม่ควรเริ่มด้วยความหวาดกลัว หรือความหวาดระแวง แต่ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของนโยบาย ความมั่นใจและเชื่อมั่นว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ หลังจากนั้นค่อยมาคุยกันว่าใครที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน ใครที่มีแนวคิดและอุดมการณ์ตรงกับเรา สามารถไปด้วยกันได้ค่อยมาคุยกัน เป็นเพียงแค่บนเวทีที่พูดคุยกันเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชวนหรือตัดสินใจอะไร เพราะสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนตัดสิน