ในความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา สิ่งที่น่าเบื่อสำหรับคนไทย คือ เห็นฝั่งเขมรใช้สื่อโซเชียลบิดเบือนโจมตีไทย รับบทเหยื่อ และเรียกร้องให้ไทยตอบโต้ให้สมน้ำสมเนื้อบ้าง อย่าพ่ายสงครามข่าวสาร  รายงานข่าวจากกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม  สนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (JIC) ที่ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ดูแล เพื่อให้สามารถดำเนินภารกิจด้านข้อมูลข่าวสารและการชี้แจงข้อเท็จจริงในทุกมิติได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ  

รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 9.8 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของศูนย์ฯ ทั้งการนำสื่อมวลชนต่างประเทศลงพื้นที่รับทราบข้อเท็จจริง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเชิงรุก ตลอดจนการบริหารจัดการข้อมูลในทุกมิติ งบไม่มาก แต่ถือเป็นการเสริมศักยภาพการทำงานของศูนย์ เพื่อติดตาม ประเมิน และสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งภายในประเทศและในระดับนานาชาติ

ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้จัดเปิดเวที ไทย-เอไอ พาสปอร์ต ฟอรั่ม เพื่อระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น “โครงการ TH-AI Passport” 1,600 ล้านบาท บรรยากาศคึกคัก นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดดีอี กล่าวเปิดงานว่า โครงการนี้ดำเนินการตามระเบียบราชการ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่แจกแล้วจบ มี เอไอ 14 ค่าย 31 โมเดล มีการฝึกอบรมเป้าหมายเป็นประชาชนทั่วไปอายุเกิน 15 ปี และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา กลุ่มบุคลากรภาครัฐ และกลุ่มประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

“กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ใช้เวลา 34 วันตามที่ถูกวิจารณ์ ใช้เวลาเกือบ 5 เดือนกว่าจะนำไปสู่การลงนามในสัญญาผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการชุดต่างๆ ยืนยันว่า ทำตามระเบียบราชการทุกอย่าง การจะยกเลิกโครงการอาจไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะผ่านเรื่องทีโออาร์สู่การเซ็นสัญญาแล้ว แต่ยังสามารถเพิ่มหนังสือแนบท้ายสัญญาได้ โดยจะมีการเพิ่มเติมในส่วนการใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น หากคนเข้าร่วมไม่ถึง 5 ล้านสิทธิ”

ในช่วงการถามตอบ “แม็กซ์” ธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และคณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน ได้ตั้งคำถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการว่า ทั้งเรื่องการที่ รมว.ดีอี รู้จักผู้ชนะการประมูลหรือไม่ การใช้งบประชาสัมพันธ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากโครงการมีข้อสงสัยและความเสี่ยงด้านความโปร่งใสมากขนาดนี้ เอกชนผู้รับสัญญาควรพิจารณายกเลิกสัญญาก่อนหรือไม่ 

นายพชร ชี้แจงทันทีด้วยเสียงดังว่า เอกชนไม่สามารถยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวได้ และกระทรวงก็ไม่ยินยอมให้ยกเลิก เนื่องจากเป็นสัญญามาตรฐานทางราชการ  ซึ่ง “รมต.นก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี  ลุกขึ้นชี้แจงว่า ในส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ แต่ยอมรับว่ารู้จักผู้ชนะงานเป็นการส่วนตัว ในฐานะผู้ที่เคยทำงานภาคเอกชนและทำงานมาหลายด้าน ย่อมรู้จักบุคคลจำนวนมากในประเทศ  ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และรายละเอียดทั้งหมดเป็นหน้าที่ของฝ่ายข้าราชการประจำที่ได้ชี้แจงไปแล้ว

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี  กล่าวหลังงานว่า จะเจรจากับคู่สัญญาในจุดที่เป็นข้อกังวลสำคัญของโครงการ โดยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะปรับรายละเอียดได้มากน้อยเพียงใด แต่การดำเนินการทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบทีโออาร์เดิม ภาพรวมของเวทีรับฟังความคิดเห็นถือเป็นไปในทิศทางที่ดี  

“ได้เสนอให้ปลัดกระทรวงดีอีลองเจรจากับเอกชนว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปิดระบบทดสอบแบบ (เบต้า เทสต์) ให้กลุ่มตัวอย่างบางส่วนได้ทดลองใช้งานจริง เพื่อให้เห็นฟังก์ชัน รูปแบบการใช้งาน และกระบวนการภายในระบบก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้สังคมประเมินได้ชัดเจนขึ้นว่าแพลตฟอร์มนี้ใช้งานได้ดีเพียงใด และตอบโจทย์ตามที่โครงการตั้งไว้หรือไม่ เพื่อเดินหน้าอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด”

นายพชร กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปหารือกับเอกชน ทำหนังสือแนบท้ายสัญญา โดยเฉพาะประเด็นการใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น จะรีบไปคุยกับทางคู่สัญญาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว และให้ทันเริ่มโครงการได้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้  หากโครงการนี้ต้องหยุดหรือยกเลิกไปคงไม่มีโอกาสที่จะเกิดโครงการแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน

ที่รัฐสภา “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ว่า  เมื่อเปลี่ยนแปลง TOR ไม่ได้ การจัดงานก็เหมือนฟอกขาวโครงการ ประเด็นคือคุณล็อกสเปกโครงการทำไม โดยเฉพาะรายละเอียด TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์กลับล็อกสเปกละเอียดว่า ต้องเป็นบริษัทที่มีจอดิจิทัลหรือบิลบอร์ดทั่วประเทศ อยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่เจ้านับสองนิ้วก็ไม่เกิน จึงตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งใจล็อกสเปกมาตั้งแต่เริ่ม 

TOR ก็เปิดช่องให้กระทรวงดิจิทัลฯ สามารถยกเลิกโครงการได้ถ้ากระทบกับประโยชน์สาธารณะ 1 เดือนที่ผ่านมาที่เราทำงานอย่างเข้มข้น ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของโครงการนี้คืออะไร ถือว่าเข้าเงื่อนไขที่จะขอยกเลิกสัญญาได้แล้ว เมื่อไรโครงการเริ่มลงทะเบียน ก็เป็นกำหนดการที่จะไปยื่น ป.ป.ช. วันที่ 18 มิ.ย.นี้ กมธ.ติดตามงบประมาณ จะประชุมร่วมกับ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อพิจารณาเรื่องนี้  

สำหรับปัญหาทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเครื่องออกกำลังกายของ กทม. “สส.ไอซ์” บอกว่า กมธ.ติดตามงบฯ กำลังพิจารณาว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมก่อนหรือหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เรื่องนี้ “สส.แบงค์” ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ติดตามตรวจสอบรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยประชุมที่ผ่านมา อยากให้ “ผู้ว่าฯ ทริป” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. แสดงความจริงใจในการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรให้มากกว่านี้ การพูดว่าต้องให้เกียรติคนที่ส่อพฤติกรรมไปในทางทุจริต หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวนั้น อาจจะเลือกให้เกียรติผิดคน และควรเลือกให้เกียรติประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษีมากกว่า

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ใน X ตอนหนึ่งว่า จากที่ น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นทีมงานนายชัชชาติ ออกมายอมรับ ทำให้เราได้พบความจริง คือ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กทม.ยังไม่ได้เริ่มตรวจสอบทุจริตเครื่องออกกำลังกายอีก 17 โครงการ สิ่งที่ กทม.ตรวจ มีแค่ 7 โครงการแรก ที่เพจ Strong ร้องไป ผิดหวังทัศนคติในการตรวจสอบการทุจริตของ น.ส.ทวิดา เพราะพูดเสมือนว่า ต้องรอให้คนอื่นร้องเรียนก่อน แล้วถึงจะเริ่มตรวจสอบทุจริต มาตรฐานทั่วไปคือ ถ้าผู้บริหารทราบว่า มีโครงการต้องสงสัย ก็ควรให้ตรวจสอบเบื้องต้น

“มีคนถามว่า ทำไมไม่ไปยื่น ป.ป.ช. ผมยื่นตั้งแต่สิงหา 67 แล้ว และไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว แต่การสอบวินัย กทม.ทำเองได้ ไม่ต้องรอ ป.ป.ช. การพูดเรื่องทุจริตก็เป็นเรื่องนโยบาย มีคนถามว่า ทำไมเพิ่งพูดตอนนี้? 1. ถ้าเป็นเรื่องทุจริตของคนอื่น คุณจะถามไหมครับ ? ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พูดเมื่อไร แต่ถ้าพูดเกี่ยวกับคนอื่น = พูดได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับนายชัชชาติ = ห้ามพูด อันนี้คือคุณกำลัง 2 มาตรฐาน เราพูดเรื่องทุจริตใน กทม.มาตลอด พูดจนเบื่อ ก่อนหน้านี้ เพิ่งยื่นหนังสือถึงนายชัชชาติ เรื่องทุจริตเช่ารถกวาดฝุ่น กทม. 558 ล้าน”

อีกเรื่องหนึ่ง ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 2/2568 หมายเลขแดงที่ คมจ 3/2569 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง กับนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตสส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย อดีตรองประธานสภา ผู้คัดค้าน กรณีนายศุภชัยครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่แปลงป่าดงพะทาย ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เนื้อที่ 220 ไร่ 40 ใบจอง ครอบครองเข้าทำประโยชน์ตั้งแต่นายศุภชัยเป็น สส. สมัยที่ 1 เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2544 โดยไม่ได้เป็นบุคคลที่ได้รับใบจอง (น.ส. 2) และไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับจัดสรรที่ดินตามระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน  ป.ป.ช.ขอให้พิพากษาว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง  

ศาลเห็นว่า ซื้อที่ดินของรัฐจำนวนมากถึง 220 ไร่ มาเป็นของตนเอง ทั้งที่ที่ดินดังกล่าวอยู่ในโครงการจัดที่ดินเพื่อประชาชนซึ่งมีเจตนารมณ์ของการจัดที่ดินเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจนและเกษตรกร ย่อมเป็นการหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกำหนด 10 ปี.  

“ทีมข่าวการเมือง”