สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเอเดน ประเทศเยเมน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า กลุ่มพันธมิตรยื่นคำขาดให้นายไอดารอส อัลซูบิดี เดินทางมายังกรุงริยาด ภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อเจรจา หลังสภาเปลี่ยนผ่านภาคใต้ (เอสทีซี) ยึดครองดินแดนในวงกว้างเมื่อเดือนที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม อัลซูบิดีกลับไม่ขึ้นเครื่องบินที่มีคณะผู้แทนของเอสทีซีมาด้วย ส่งผลให้กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย โจมตีจังหวัดอัล-ดาเล หลังกล่าวหาว่า อัลซูบิดีระดม “กองกำลังขนาดใหญ่” ที่นั่น

ในเวลาต่อมา กลุ่มแบ่งแยกดินแดนระบุว่า คณะผู้แทนที่เดินทางถึงกรุงริยาด ถูกทางการซาอุดีอาระเบียควบคุมตัวไว้ ขณะที่สภาประธานาธิบดีของเยเมน ซึ่งถือครองอำนาจบริหาร และมีบุคคลสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดีอาระเบีย ประกาศการปลดอัลซูบิดีออกจากตำแหน่ง โดยกล่าวหาว่าเขากบฏต่อแผ่นดิน

WION

อนึ่ง การเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มคู่ปรับในเยเมน ทำให้เกิดความกังวลว่าเมืองเอเดน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ อาจถูกดึงเข้าไปพัวพันในความรุนแรง

ด้านเจ้าหน้าที่เอสทีซีคนหนึ่ง กล่าวว่า อัลซูบิดีตัดสินใจไม่เข้าร่วมกับคณะผู้แทนที่เดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียเพื่อเจรจา หลังจากทราบว่า เขาจะถูกขอให้ยุบกลุ่มของเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสภาประธานาธิบดีของเยเมนที่ปกครองประเทศ

“อัลซูบิดียังคงปฏิบัติหน้าที่ในเมืองเอเดน” เอสทีซี ระบุเสริม พร้อมกับเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ยุติการโจมตีทางอากาศ

กระนั้น พล.ต.ตูร์กี อัล-มาลิกี โฆษกของกลุ่มพันธมิตร กล่าวว่า อัลซูบิดีหลบหนีไปยังสถานที่ไม่ทราบแน่ชัด หลังจากที่เขาแจกจ่ายอาวุธและกระสุนให้กับกลุ่มต่าง ๆ หลายสิบกลุ่มในเมืองเอเดน.

เครดิตภาพ : REUTERS