ตามที่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 13/2569 ได้มีมติเห็นชอบตามที่ พระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปุทมคงคา กรรมการมส. ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการมส. เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ประธานอนุกรรมการจัดงานมหกรรมทุนเล่าเรียนหลวง และเตรียมการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสอภิลักขิตสมัย 100 ปี แห่งวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้งโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระสังฆราชจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 100 พรรษา พร้อมกันนี้ มส.ได้มีมติแต่งตั้ง พระพรหมเสนาบดี ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษามหาเถรสมาคม ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลาออกจากตำแหน่งกรรมการมส.ของพระพรหมเสนาบดี ในครั้งนี้ อาจจะเพื่อเป็นการเปิดทางให้พระมหาเถระที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการมส. แต่กลับต้องหลุดจากตำแหน่งนี้ไปในกรรมการมส.ชุดปัจจุบัน ซึ่งการลาออกของพระพรหมเสนาบดี ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ที่ท่านลาออกจากกรรมการมส.พร้อมกับพระพรหมวัชรเมธี เพื่อเปิดทางให้ พระพรหมดิลก และพระพรหมสิทธิ ที่มีพระราชดำริให้ทั้งสองรูปกลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการ มส. เช่นเดิม หลังจากที่ศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีเงินทอนวัด และคดีถึงที่สุดแล้ว โดยให้ถือว่าไม่เคยถูกถอดถอนสมณศักดิ์และราชทินนามมาก่อน

ทั้งนี้ พระพรหมเสนาบดี หรือ “เจ้าคุณพิมพ์” อายุ 80 ปี พรรษา 59 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 และรองประธานกรรมการอำนวยการคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 หนกลาง เกิดวันที่ 17 ก.ย.2488 ที่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 3 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2509 ที่วัดนาสาร อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี มีพระเทพรัตนกวี (เกตุ) วัดไตรธรรมาราม อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูโสภิตคุณานันท์ วัดนาสาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูพิศาลคุณาภรณ์ วัดอภัยเขตตาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอกตามลำดับ จากนั้นเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูงที่วัดปทุมคงคา กรุงเทพฯ

พ.ศ.2520 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย พ.ศ.2522 สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย พ.ศ.2532 สอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค สำนักเรียนวัดปทุมคงคา กรุงเทพฯ พ.ศ.2554 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถวายปริญญาพระพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ด.)

ด้านงานปกครองคณะสงฆ์ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา, พระอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะภาค 7 พ.ศ.2566 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ.2567 เป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม และพ.ศ.2568 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 พ.ศ.2569 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ก่อนขอลาออกจากตำแหน่ง และมส.มีมติแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม

พระพรหมเสนาบดี ได้สนองงานสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ที่ทำให้เกิดโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เพื่อมีส่วนในการช่วยรัฐบาลในการสร้างความปรองดอง สามัคคี สมานฉันท์ ทั้งได้ติดตามผลการดำเนินงานหมู่บ้านรักษาศีล 5 ของทุกจังหวัด มีความก้าวหน้าไปได้ด้วยดี อีกทั้งยังเป็นองค์แสดงพระปาติโมกข์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ตรงกับวันที่ 7 ก.ย.2568 ที่ผ่านมา โดยเริ่มสวดและเป็นองค์ทรงพระปาติโมกข์มาตั้งแต่ พ.ศ.2512 จวบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลายาวนานถึง 56 ปี นับเป็นพระเถระผู้ทรงพระปาติโมกข์ยาวนานที่สุดในประเทศไทยด้วย

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2530 เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอกที่ พระครูศรีปริยัตยาภรณ์ พ.ศ.2532 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสุธีปริยัตยาภรณ์ พ.ศ.2537 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชรัตนดิลก พ.ศ.2545 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพรัตนสุธี พ.ศ.2553 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมคุณาภรณ์ พ.ศ.2557 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่ พระพรหมเสนาบดี