เมื่อวันที่ 8 ม.ค.  ที่.สกลนคร นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปรณรงค์หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. สกลนคร พรรคประชาชน  โดยช่วงเช้า นายปิยบุตรได้ขึ้นเวทีปราศรัยวัดบ้านดงหลวง ต.บึงทวาย อ.เต่างอย เขต 2 ตามด้วยการปราศรัยย่อยที่ศาลารวมใจ บ้านม่วงไข่ ต.พังโคน อ.พังโคน เขต 6 และปิดท้ายที่ลานกีฬาเทศบาลต.กุดเรือคำ เขต 7

นายปิยบุตร กล่าวว่า มาเยือนสกลนครหลายครั้ง มารณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นับตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ก็ได้รับเสียงสนับสนุนทั้งประเทศกว่า 6.3 ล้านเสียง สส. 81 คน พรรคเกิดใหม่ขยับเป็นพรรคอันดับ 3 หลังจากนััน พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตนและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกตัดสิทธิไป 10 ปี จนเข้าสู่การตั้งพรรคก้าวไกลได้รับเสียงสนับสนุนกว่า 14 ล้านเสียง ได้ สส. 151 คน ขึ้นเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ และพรรคก้าวไกลก็ถูกยุบอีกครั้ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกตัดสิทธิไปอีก 10 ปี แต่ก็ยังทำหน้าที่รณรงค์ทางการเมืองระดับนานาชาติในหลากหลายประเทศ และเข้าสู่พรรคที่สามคือพรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค

นายปิยบุตร กล่าวได้กล่าวแนะนำนายภาสพล อุฬารกุล ผู้สมัคร สส. สกลนคร  เขต 2 พรรคประชาชน เบอร์ 2  บุตรชายของนายวิญญู อุฬารกุล อดีต สว. ที่มาจากการเลือกตั้งปี 2543  นายภาสพลเกิดและเติบโตที่นี่ ได้ไปเรียนปริญญาตรีและโทที่กรุงเทพฯ จบการศึกษาแล้ว ทำงานภาคเอกชนในหลายบริษัท  วันนี้ขอมาอาสารับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวสกลนคร ด้วยความเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่วัย 27 ปี มีกำลังวังชา ความรู้ และแนวคิดใหม่ๆ พี่น้องจะได้ผู้แทนราษฎรหน้าใหม่ที่ดีแน่นอน

ตามด้วยนายธนชาติ ไชยทองพันธ์ หรือ อาจารย์แจ็ค ผู้สมัคร สส.สกลนครเขต 6 พรรคประชาชน หมายเลข 6 ได้ทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา จบรัฐศาสตร์การปกครอง มีสำนักงานทนายความ มีโอกาสทำสหกรณ์โคขุน เคยเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสกลเทคนิค และได้ร่วมทำงานเบื้องหลังให้ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ จนถึงพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน

นายปิยบุตร กล่าวว่า ส่วนเขต 7 พรรคประขาชนส่งนายอภิชิต ถาบุตร หรือ “เหมา” ลงชิงชัย  นายอภิชิต อดีตเคยเป็นรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล อยู่กับเรามาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เมื่อพรรคถูกยุบ เขายังไม่ไปไหน สู้ร่วมกันต่อกับพรรคก้าวไกล ลงเลือกตั้งปี 66 แพ้ไป 5,000 คะแนน ครั้งนี้ เขาขอโอกาสพี่น้องคนสกลนครอีกครั้ง หากพี่น้องให้ความไว้วางใจ เราจะได้มีผู้แทนหน้าใหม่ พร้อมทำงาน และเป็นเสียงที่จะไปเลือกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี

“มาถึงสกลนคร ไม่พูดถึงเรื่องการเมืองหรือประชาธิปไตย ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะที่แห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งการต่อสู้ เมื่อไรก็ตามที่ผู้ปกครองในบ้านเมืองนี้ใช้อำนาจกดขี่ ข่มเหง พี่น้องชาวสกลนครจะลุกขึ้นต่อสู้ทุกครั้งไป นับตั้งแต่ครูเตียง ศิริขันธ์ ถึงครูครอง จันดาวงศ์ รวมถึงพี่น้องชาวสกลนครจะเป็นคนที่ลุกขึ้นสู้ต่อความอยุติธรรมเสมอ” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้สำคัญมาก ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย ดังนี้ เรื่องที่ 1 ไม่มีเสียงจาก สว. มาเกี่ยวข้องในการเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว จากปี 2562 ถึงปี 2566 ต่อให้ประชาชนลงคะแนนสนับสนุนมากเท่าไร ก็มีเสียงจาก สว. มาสกัดเสมอ ครั้งนี้ ปี 2569 สว. ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องอีกแล้ว เรื่องที่ 2 นับตั้งแต่หลังปี 2535 เมื่อเลือกตั้ง สส. พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกอันดับ 1 จะได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลทุกครั้ง แต่หลังจากรัฐประหาร ปี 2557 การจัดตั้งรัฐบาลในปี 2562 ปี 2566 เริ่มผิดปกติ ทำให้พรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ตามจริงแล้วพรรคการเมืองอันดับใดก็ตามที่รวม สส. ได้มากที่สุด ต้องสามารถตั้งรัฐบาล และหัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ขณะเดินทางมาภาคอีสานนั้น พบว่ามีการปล่อยข่าวเสียหาย บอกว่าเลือกพรรคส้ม เดี๋ยวคนของพรรคอื่นจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร เมื่อพรรคประชาชนมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตั้ง 3 คน เพราะฉะนั้นถ้าได้รับเลือกจำนวนมากพอจนจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคประชาชนจะไปให้คนอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ถ้าใครปล่อยข่าวเช่นนี้ ยืนยันได้เลยว่าโกหก ไม่จริง ดังนั้น 8 ก.พ. เลือกพรรคประชาชน กาเบอร์ 46 เลือก สส. เขตจากพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย ก็จะได้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน

นายปิยบุตร กล่าวต่ออีกว่า เรื่องที่ 3 นี่คือการเลือกตั้งแห่งการเปลี่ยนแปลง ชี้ชะตาอนาคตประเทศ ถ้าไม่อยากให้ประเทศเป็นเหมือนเดิม ถ้าไม่อยากให้การเมืองไทยตกอยู่กับวังวนของการใช้เงินซื้อเสียงใช้อิทธิพลกลไกรัฐ ใช้เครือข่ายอุปถัมภ์ เมื่อได้อำนาจ ก็ถอนทุนคืน ถ้าอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องสนับสนุนพรรคประชาชนให้ได้เป็นรัฐบาล ต้องเลือกทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้แน่นอน

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ในอดีตที่ผ่านมา เวลาเขาคัดเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรี ก็มักใช้ระบบโควตา แบ่งตามกลุ่มทุน แบ่งตามมุ้ง สส. แบ่งตามพรรษาการเมือง พรรคประชาชนขอเสนอวิธีการคัดเลือกรัฐมนตรีแบบใหม่ เลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ วางคนให้ตรงกับงาน ไม่ต้องมาตามโควตากลุ่มทุน ไม่ต้องคัดจากหัวหน้ามุ้งที่มี สส.ในมุ้งมาต่อรอง ถ้าพี่น้องอยากเห็นแบบใหม่นี้ ต้องช่วยกันเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงให้ดู

นายปิยบุตร ยังกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากมีความสำคัญหลายเรื่อง ยังเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีบัตร 3 ใบ มี 2 คูหา โดยคูหาแรกให้เลือก สส. กาใบสีเขียวคือเบอร์ สส. เขต กาใบสีชมพูคือเบอร์พรรค เบอร์ 46 .จากนั้นก็มีคูหาข้างๆ อีกคูหาหนึ่ง มีบัตรสีเหลือง เป็นคำถามประชามติ ถามว่าเห็นชอบหรือไม่ที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอให้พี่น้องช่วยกันกาเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กาเห็นชอบให้ถล่มทลาย เพื่อแสดงพลังของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดออกไป ต่อไปวุฒิสภาหรือองค์กรไหนจะได้หมดข้ออ้างในการขัดขวางการทำรัฐธรรมนูญใหม่

สำหรับสกลนครมีทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส.​ครบทุกเขต ดังนี้นายตวงสิทธิ์ พงษ์พิศ เขต 1 (เบอร์ 4)นายภาสพล อุฬารกุล เขต 2 (เบอร์ 2) นายสิริวุฒิ ศุภวุฒิ เขต 3 (เบอร์ 3) น.ส.ปรานี วัฒนาประดิษฐชัย เขต 4 (เบอร์ 7) นายบัญชา จันทศรี เขต 5 (เบอร์ 3) นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ เขต 6 (เบอร์ 6) นายอภิชิต ถาบุตร เขต 7 (เบอร์ 4)