สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พยายามผลักดันให้ยูเครนและรัสเซีย บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยจัดการเจรจาแบบไปกลับ ระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

แผนการเบื้องต้น 28 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลมอสโก ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยรัฐบาลเคียฟและยุโรป และในตอนนี้ การที่รัสเซียประณามความพยายามที่จะเสริมกำลังป้องกันยูเครน ทำให้การบรรลุข้อตกลงยังไม่แน่นอน

ประเทศพันธมิตรของยูเครนระบุว่า พวกเขาตกลงเรื่องการรับประกันความมั่นคงที่สำคัญสำหรับรัฐบาลเคียฟ ในการประชุมสุดยอดที่กรุงปารีส เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงกองกำลังรักษาสันติภาพ แต่รัฐบาลมอสโกระบุว่า แถลงการณ์ข้างต้นยังห่างไกลจากสิ่งที่ทำเนียบเครมลินยอมรับได้ ในการยุติการโจมตี

“ปฏิญญาทางทหารฉบับใหม่ ของกลุ่มที่เรียกว่าพันธมิตรแห่งความเต็มใจ และระบอบเคียฟ รวมกันแล้วก่อให้เกิด ‘อักษะแห่งสงคราม’ อย่างแท้จริง” น.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวในแถลงการณ์

อนึ่ง บรรดาผู้นำยุโรปและผู้แทนสหรัฐ ประกาศว่า การรับประกันหลังสงครามสำหรับยูเครน จะรวมถึงกลไกการตรวจสอบที่นำโดยสหรัฐ และกองกำลังนานาชาติของยุโรป ที่จะถูกส่งไปประจำการในยูเครน เมื่อการสู้รบสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมอสโกกล่าวเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า รัสเซียจะไม่ยอมรับสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ประเทศใดก็ตาม ที่ส่งกองกำลังรักษาสันติภาพไปยังยูเครน

“กองกำลังและสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นทั้งหมด จะถือเป็นเป้าหมายทางทหารที่ถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับกองทัพรัสเซีย” ซาคาโรวา กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : REUTERS