สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จัดการประชุมร่วมกับตัวแทนระดับสูงของบริษัทด้านพลังงานหลายสิบแห่ง เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในเวเนซุเอลา โดยเฉพาะน้ำมัน หลังกองทัพสหรัฐปฏิบัติการจู่โจมจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา


ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะเป็นผู้ตัดสินใจ ว่าบริษัทแห่งใดจะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในเวเนซุเอลา และภาครัฐจะทำข้อตกลงกับผู้ประกอบการเหล่านั้นเอง พร้อมทั้งกล่าวว่า กลุ่มบริษัทน้ำมันมีความพร้อมที่จะทุ่มงบลงทุน “อย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” (ราว 3.14 ล้านล้านบาท) แต่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดของข้อตกลงที่ชัดเจน

นายดาร์เรน วูดส์ ซีอีโอของเอ็กซอนโมบิล เข้าร่วมการประชุมกับรัฐบาลสหรัฐ ที่ทำเนียบขาว


อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้บริหารบริษัทน้ำมันต่างยังคงรักษาท่าที ยิ่งไปกว่านั้น นายดาร์เรน วูดส์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็กซอนโมบิล แสดงความกังขาต่อเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยให้เหตุผลว่า สินทรัพย์ของเอ็กซอนโมบิลในเวเนซุเอลาถูกยึดมาแล้วถึงสองครั้ง ดังนั้น หากจะกลับเข้าไปเป็นครั้งที่สาม การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง “ย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง”


ทั้งนี้ การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลาต้องอาศัยเวลา เนื่องจากปัญหาเครื่องจักรที่ล้าสมัย ความไม่มั่นคงทางการเมือง และลักษณะของน้ำมันดิบชนิดหนักซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูง


แม้เวเนซุเอลาเป็นประเทศซึ่งมีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก คือราว 303,000 ล้านบาร์เรล แต่มีการผลิตน้ำมันเพียง 1% ของปริมาณการผลิตโลกเท่านั้น เมื่อปี 2567 เนื่องจากผลกระทบจากการขาดการลงทุนต่อเนื่อง และมาตรการคว่ำบาตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AFP