สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงในอิหร่าน ว่าอิหร่านกำลังเผชิญกับ “ปัญหาใหญ่” จากการเผชิญกับเหตุประท้วงครั้งใหญ่ซึ่งลุกลามไปทั่วประเทศ


ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า ประชาชนกำลังยึดครองพื้นที่ในบางเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และเตือนไปยังคณะผู้นำอิหร่าน ว่า “อย่ายิงประชาชน” แล้วย้ำเตือนอีกครั้ง ถึงคำขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหาร แต่ยืนยันว่า จะไม่ใช่การส่งกำลังภาคพื้นดิน


จนถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือว่าอิหร่านตัดขาดสัญญาณอินเทอร์เน็ตภายในประเทศมานานกว่า 24 ชั่วโมงแล้ว ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในนอร์เวย์ เปิดเผยข้อมูลของตัวเอง ว่าการประท้วงซึ่งยืดเยื้อมานาน 2 สัปดาห์แล้ว หรือตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 ราย ในจำนวนนี้อย่างน้อย 9 ราย เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และมีผู้ถูกจับกุมอีกมากกว่า 2,000 คน ถือเป็นความเสี่ยงของ “การกวาดล้างครั้งใหญ่”


ขณะที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกถึงสถานการณ์ประท้วงในประเทศ ที่มีชนวนเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ว่า “มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจำนวนหนึ่ง” ซึ่งต้องการ “เอาอกเอาใจ” ผู้นำสหรัฐ ด้วยการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ


อย่างไรก็ตาม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวอิหร่านจะสามารถเอาชนะ “ศัตรู” และขอเรียกร้องให้ทรัมป์ “กลับไปโฟกัสกับเรื่องภายในประเทศของตัวเองจะดีกว่า”.

เครดิตภาพ : REUTERS