เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ศ.นพ.ชวลิต ศูนย์มะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความระบุว่า ชีวิตคือการเดินทาง…หมอเชื่อว่าหลายคนคุ้นเคยกับประโยคนี้ดี บางช่วงถนนเรียบกว้าง ขับขี่สบาย แต่บางช่วงก็ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือพาเราเลี้ยวลดคดเคี้ยวจนน่าเวียนหัว
และ “มะเร็ง” ก็คงเป็นทางโค้งอันตราย ขึ้นเขาลงห้วย ที่ไม่มีใครอยากขับผ่าน เวลาที่เราหลงทาง หรือเจอเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย สัญชาตญาณแรกของเราคือการตะโกนถามทาง ในยุคนี้ เรามักตะโกนถามผ่านหน้าจอ พิมพ์ข้อความสั้นๆ ลงไปในกล่องคอมเมนต์
ด้วยความหวังว่าจะมีใครสักคนตะโกนตอบกลับมาว่า “เลี้ยวซ้ายสิ” หรือ “ไปทางขวานะ” แล้วเราจะปลอดภัย ถามจริงๆเถอะ…รู้ได้ไงว่าเขาตอบถูก บางคำถามหมอยังไม่กล้าตอบเลย
ในความเป็นจริง การรักษามะเร็งซับซ้อนกว่านั้นมากครับ มีผู้ป่วยหลายท่านทักเข้ามาถามไถ่ในเพจ รักษามะเร็งกับหมอชวลิต บางครั้งมาด้วยข้อความสั้นๆ บางครั้งมีผลอ่านเอกซเรย์ หรือผลชิ้นเนื้อแนบมาด้วย
แล้วก็รอคอยคำตอบฟันธงว่า “ต้องทำอย่างไรต่อ?” หรือ “ที่รักษามานั้นถูกไหม?”หมออยากชวนมองแบบนี้ครับ การจะบอกทางใครสักคนให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
เราไม่สามารถดูแค่ “ป้ายบอกทาง” เพียงป้ายเดียวแล้วบอกได้ทันที หมอจำเป็นต้องเห็น “แผนที่” ทั้งฉบับ แผนที่ในที่นี้คือ ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ฉบับเต็ม, บันทึกการผ่าตัด, ผลเลือด และประวัติการรักษาทั้งหมด อีกทั้งพูดคุยแบบเห็นหน้าเห็นตา
ข้อมูลเพียงไม่กี่บรรทัด หรือคำบอกเล่าสั้นๆ ในโลกออนไลน์ เปรียบเหมือนจิ๊กซอว์ที่ขาดหาย การให้คำแนะนำไปโดยไม่เห็นภาพรวม อาจกลายเป็นพาคุณหลงเข้าป่ารกทึบกว่าเดิม
ซึ่งนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด และหมอไม่อยากให้เกิดขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่ละเอียดอ่อนไม่แพ้กัน คือความกังวลใจว่า “ที่ผ่านมาเรารักษาผิดหรือเปล่า?”
มีคนไข้หลายท่านพกความทุกข์ใจมาหา เพราะไปอ่านเจอความเห็นในเฟซบุ๊กที่ขัดแย้งกับสิ่งที่หมอคนเดิมรักษามา จนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ กลัวว่าตัวเองกำลังเดินผิดทาง
หมออยากบอกว่า…บริบทของชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน บริบทของแต่ละโรงพยาบาล สิทธิ์การรักษา หรือแม้แต่สภาพร่างกาย ณ ช่วงเวลานั้นๆ ก็แตกต่างกัน
การรักษาที่ผ่านมา อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด ณ เวลานั้นแล้วก็ได้ ดังนั้น หมอชวลิตจึงมีหลักการสำคัญคือ เราจะไม่ตัดสินการเดินทางในอดีต
เราจะไม่วิพากษ์วิจารณ์คุณหมอท่านอื่น เพราะเราไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นในวันที่ตัดสินใจ การรื้อฟื้นหาคนผิด ไม่ได้ช่วยให้เราถึงเส้นชัยเร็วขึ้น
แต่การตั้งหลัก แล้วมองไปข้างหน้าต่างหาก ที่จะพาเราไปต่อได้ หมอเคยเล่าให้ฟังแล้ว ว่าหมอรังสีรักษามีหน้าที่เก็บกวาด ประเมินว่าสิ่งไหนที่ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ หรือทำไม่ครบ การใช้รังสีรักษาสามารถที่จะเข้าไปชดเชยสิ่งนั้นๆได้หรือไม่
ถ้าเปรียบหมอเป็นเหมือน “เพื่อนร่วมทาง” หรือกัลยาณมิตร หากคุณต้องการคำปรึกษาที่แม่นยำจริงๆ “มาเจอกันครับ”หอบหิ้วแผนที่ชีวิตของคุณ (ผลเอกซเรย์และประวัติทั้งหมด) มานั่งคุยกันต่อหน้า
เพื่อให้หมอได้ดูรายละเอียดครบทุกมิติ ไม่ใช่แค่การเดาทางจากตัวหนังสือไม่กี่ตัว คลิปวิดีโอต่างๆ ที่หมอทำลงในเพจ มีไว้เพื่อให้พอเห็น “ทิศทางคร่าวๆ” ให้เข้าใจหลักการกว้างๆ ของธรรมชาติโรค
ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณหมุนพวงมาลัยรักษาตัวเองนะครับ ชีวิตอาจมีการหลงทางบ้าง ออกนอกเส้นทางบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเรามีแผนที่ที่ชัดเจน และมีสติ
เราจะกลับมาสู่เส้นทางที่ “ควรจะเป็น” ได้เสมอ ขอให้ทุกท่านมีการเดินทางที่ปลอดภัยครับ
ใครมีประสบการณ์เช่นใดสามารถแบ่งปันได้ครับ หมอเชื่อว่าหลายคนเคยหลงทาง
ขอบคุณเพจ ศ.นพ.ชวลิต ศูนย์มะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์



