การเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ยังเป็นไลฟ์สไตล์ที่คนไทยนิยมเมื่อมีเวลาว่าง หรือวันหยุดพักผ่อน ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทยและต่างประเทศ

ซึ่งการเดินทางของนักเที่ยวเที่ยวไทยก็จะแตกต่างกันไปตามความชื่นชอบสถานที่ งบประมาณ และระยะเวลาเดินทางเที่ยว โดยคนไทยแต่ละเจเนอเรชัน นั้นมีพฤติกรรมการเดินทางที่เป็นอย่างไร?

“ทำไมลูกอยากไปคาเฟ่ แต่แม่จะไปวัด!!” เราจะพามาไขปริศนา 3 วิธีคิดเรื่องเดินทางผ่านเลนส์ 3 Generation

โดยทาง AirAsia MOVE แพลตฟอร์มจองการเดินทางชั้นนำของเอเชีย  ได้เปิดเผยรายงานเชิงข้อมูล (Data-Driven Report) วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย 3 เจเนอเรชัน ได้แก่ Baby Boomers, Gen X และ Millennials ในปี 2025  หรือ 2568 ที่ผ่านมา

รายงานฉบับนี้อ้างอิงจากฐานข้อมูลการจองหลายล้านรายการ ครอบคลุม เที่ยวบิน โรงแรม และบริการเสริม นำมาถอดรหัสพฤติกรรมการวางแผน การจอง และการใช้จ่ายของนักเดินทางในแต่ละช่วงวัย ที่น่าสนใจ เริ่มที่

ภาพ pixabay.com

กลุ่ม Baby Boomers :  (เกิดปี 1946–1964)  วางแผนล่วงหน้าเน้นความสะดวกสบาย

นักท่องเที่ยวกลุ่ม Baby Boomers เป็นกลุ่มที่มีอายุ 60 ปี ขึ้น โดยส่วนใหญ่มี พฤติกรรมการจอง (Booking Behavior) ที่วางแผนล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยการจองกระจุกตัวอยู่ในช่วง 15–30 วัน และ 31–60 วันก่อนเดินทาง ขณะที่การจองแบบเร่งด่วนในช่วง 0–3 วันก่อนเดินทางมีสัดส่วนต่ำ  ขณะที่ช่วงเวลาเดินทาง (Travelling Period)  มีลักษณะตามฤดูกาลอย่างชัดเจน พีคในช่วงไตรมาส 1 (27.9%) และไตรมาส 4 (27.0%) ซึ่งเดือนมกราคมและธันวาคมเป็นช่วงที่มีกิจกรรมสูงสุด ขณะที่ความต้องการเดินทางจะชะลอตัวในช่วงกลางปี สะท้อนความนิยมในการเดินทางช่วงอากาศเหมาะสมและเน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก

ขณะที่รูปแบบนักเดินทาง (Solo / Couple / Group) นิยมเดินทางแบบเดี่ยวและแบบคู่เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ค่อนข้างต่ำ สะท้อนความต้องการประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว ส่วนเส้นทางเดินทางภายในประเทศ (Domestic Route Preference): มักเลือกเดินทางในเส้นทางหลักไปยังเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคที่มีความพร้อม เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเชียงราย โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ มากกว่าจุดหมายปลายทางเชิงผจญภัยหรือพื้นที่ห่างไกล

ขณะที่เส้นทางระหว่างประเทศ (International Route Preference) มุ่งเน้นจุดหมายปลายทางระยะใกล้ในเอเชียที่คุ้นเคย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และตลาดภูมิภาคใกล้เคียง โดยปัจจัยหลักในการเลือกเส้นทาง ได้แก่ ความสะดวกในการเดินทาง เงื่อนไขวีซ่าที่ไม่ซับซ้อน มาตรฐานระบบสาธารณสุข และความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม ขณะที่บริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference) มีแนวโน้ม อัปเกรดที่นั่งและซื้อบริการเสริม เช่น สัมภาระและประกันการเดินทางสูงที่สุด เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น สะท้อนแนวคิดการเดินทางที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการลดความเสี่ยง โดยนิยมประสบการณ์ที่สงบ ลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และได้รับการออกแบบอย่างพิถัน มากกว่าการท่องเที่ยวที่เร่งรีบหรือเน้นความตื่นเต้นสูง

ภาพ pixabay.com

กลุ่ม Gen X :  (เกิดปี 1965–1980)  ความคุ้มค่า เวลาแห่งครอบครัว

กลุ่ม Gen X  เป็นนักเดินทางสายสมดุล ที่ให้ความสำคัญกับความสบาย ความคุ้มค่า และเวลาแห่งครอบครัว มีพฤติกรรมการจอง โดยส่วนใหญ่วางแผนการเดินทางล่วงหน้าในระยะกลาง การจองกระจุกตัวมากที่สุดในช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง รองลงมาคือช่วง 8–14 วัน และ 31–60 วัน ขณะที่การจองแบบเร่งด่วนในช่วง 0–3 วันก่อนเดินทางมีสัดส่วนต่ำ สะท้อนความสมดุลระหว่างการวางแผนล่วงหน้าและความยืดหยุ่น

ช่วงเวลาเดินทาง  มีจุดสูงสุดชัดเจนในช่วงปลายปี โดยพีคใน ไตรมาส 4 (31.1%) และเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่มียอดขายที่นั่งและการจองสูงที่สุด ความต้องการเดินทางจะชะลอลงในช่วงไตรมาส 2 และ 3  สะท้อนความนิยมในการเดินทางช่วงวันหยุดปลายปีและการท่องเที่ยวแบบวางแผนล่วงหน้า

ขณะที่เส้นทางภายในประเทศ นิยมเดินทางในเส้นทางหลักไปยังเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคสำคัญ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย และอุดรธานี โดยการเลือกเส้นทางขับเคลื่อนด้วยความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบินที่ดี และความเหมาะสมกับการเดินทางที่สบายและเป็นมิตรกับครอบครัว มากกว่าการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย

ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศ มุ่งเน้นเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย โดยจุดหมายยอดนิยม ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม สะท้อนความต้องการความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ มากกว่าการเดินทางระยะไกลหรือแผนการเดินทางที่ซับซ้อน

ภาพ pixabay.com

ด้านบริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ กลุ่ม Gen X มักเลือกซื้อบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระและประกันการเดินทาง และมีแนวโน้มอัปเกรดที่นั่งมากขึ้นในกรณีเดินทางพร้อมครอบครัว พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความเชื่อถือได้ และบริการที่ใช้งานได้จริง มากกว่าการอัปเกรดแบบฉับไว

กลุ่ม Millennials & Gen Y (เกิดปี 1981–1996) ตัดสินใจเร็ว เน้นไลฟ์สไตล์ ดูคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย

กลุ่ม Millennials และ Gen Y เป็นนักเดินทางที่มีความถี่ในการเดินทางสูง และให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” เป็นหลัก โดยผสมผสานความเป็นสายสปอนเทเนียสเข้ากับการตัดสินใจที่คำนึงถึงความคุ้มค่า  พฤติกรรมการจอง มักจองการเดินทางใกล้วันออกเดินทาง โดยการจองกระจุกตัวมากที่สุดในช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง ขณะที่การจองระยะสั้นและใกล้วันเดินทางยังมีสัดส่วนค่อนข้างสูง สะท้อนสไตล์การวางแผนแบบสปอนเทเนียสแต่ยังคงมีเป้าหมาย ไม่เน้นการวางแผนล่วงหน้ายาว

ส่วนช่วงเวลาการจองและเดินทาง กลุ่ม Millennials มีการเดินทางอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยไตรมาส 1 (24.9%), ไตรมาส 2 (24.6%) และไตรมาส 3 (22.7%) ยังอยู่ในระดับที่คึกคัก ความต้องการเดินทางจะชะลอลงเล็กน้อยในช่วงไตรมาส 3 ก่อนจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม และพีคสูงสุดใน ไตรมาส 4 (27.9%) จากแรงหนุนของช่วงวันหยุดปลายปี โดยเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มียอดการจองที่นั่งสูงที่สุด

สำหรับเส้นทางภายในประเทศ นิยมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและจุดหมายเชิงไลฟ์สไตล์ โดยเส้นทางหลักได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ และอุดรธานี สะท้อนความต้องการจุดหมายที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่นต่อการเดินทางระยะสั้น และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแรง

ขณะที่เส้นทางระหว่างประเทศ  มุ่งเน้นเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย นำโดย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเสน่ห์ด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดีย

ภาพ pixabay.com

ด้านบริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์นั้น  แม้จะเดินทางบ่อย แต่  มีค่าใช้จ่ายต่อการจองในระดับปานกลางและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ไม่ค่อยอัปเกรดที่นั่ง แต่มีการซื้ออาหาร บริการเสริม และบริการรับส่งสนามบินอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกลงทุนกับสิ่งที่เพิ่มประสบการณ์และการใช้งานจริงมากกว่าความพรีเมียม

“นาเดีย โอมาร์”  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  AirAsia MOVE  บอกว่า แม้นักท่องเที่ยวทุกเจเนอเรชันจะมีเป้าหมายเดียวกัน คือการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง แต่รูปแบบการวางแผนและการตัดสินใจกลับสะท้อนลำดับความสำคัญที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ผลการศึกษาชี้ชัดว่า นักท่องเที่ยวแต่ละเจเนอเรชันมี “วิธีคิดเรื่องการเดินทาง” ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความสบายและการวางแผนล่วงหน้า ไปจนถึงกลุ่มที่ตัดสินใจรวดเร็วและขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนโจทย์สำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่ต้องเข้าใจอินไซท์เชิงลึกเพื่อออกแบบสินค้าและแคมเปญให้ตอบโจทย์นักเดินทางแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำ

ด้วยพฤติกรรมท่องเที่ยวที่แตกต่างกันแต่ละ GEN  มี DNA การเดินทางที่ไม่เหมือนกัน  การที่ผู้ประกอบการสามารถตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละกลุ่มด้วยการมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตรงใจนักเดินทาง จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์