หลายคนอาจเคยชินกับคำพูดที่ว่า “รีบกินตอนร้อนๆ สิถึงจะอร่อย” หรือเสพติดรสชาติ “เค็มจัดจ้าน” ของผักดอง และอาหารแปรรูป แต่รู้หรือไม่ว่านิสัยเหล่านี้กำลังนำพาโรคร้ายอย่าง มะเร็งหลอดอาหาร และ โรคความดันโลหิตสูง มาสู่ตัวคุณโดยไม่รู้ตัว

นพ.หลี่ หยงจิน หัวหน้าแพทย์แผนกโภชนาการคลินิก โรงพยาบาลสตรีและเด็กซุนยี่ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่าน Sohu Health เพื่อเตือนสติผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหาร “ร้อนจัด-เค็มจัด”

คนที่มีนิสัย “กินร้อนจัด” อาจมีแผลไหม้ที่มองไม่เห็นในหลอดอาหาร แม้ความร้อนจะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม และทำให้รู้สึกอบอุ่น แต่ร่างกายของเรามีขีดจำกัดในการทนทานความร้อน เนื้อเยื่อบุผิวในช่องปากและหลอดอาหารสามารถทนความร้อนได้เพียง 40-50°C เท่านั้น

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) จัดให้เครื่องดื่มหรืออาหารที่มีอุณหภูมิ สูงกว่า 65°C เป็นสารก่อมะเร็ง กลุ่ม 2A (อาจเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์)

การกินอาหารที่ร้อนจัดบ่อยๆ จะทำให้เกิด “การลวก” ซ้ำๆ ที่ผนังหลอดอาหาร เมื่อเนื้อเยื่อต้องซ่อมแซมตัวเองบ่อยครั้งจากการถูกความร้อนทำลาย จะเพิ่มโอกาสในการเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ จนกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ในที่สุด

ส่วนนิสัย “กินเค็ม” โดยเฉพาะอาหารประเภทผักดอง หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อระบบเลือด ซึ่งเป็นต้นเหตุความดันสูง และปัญหาสุขภาพมากมาย

การบริโภคเกลือเกินขนาด จะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น และแรงดันในหลอดเลือดสูงขึ้น นำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง

นอกจากนี้ อาหารหมักดองบางชนิดหากกระบวนการผลิตไม่สะอาด หรือใส่สารกันบูดมากเกินไป ยังอาจมีสารไนโตรซามีนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเพิ่มเติมด้วย

คำแนะนำจากแพทย์เพื่อสุขภาพที่ดี

ก่อนกินซุปหรืออาหารจากหม้อไฟ ควรวางทิ้งไว้สักครู่ให้อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 50°C (ทดสอบโดยการแตะที่ริมฝีปาก แล้วไม่รู้สึกร้อนลวก)

ฝั่งคนที่อบกินเค็มจัด ค่อยๆ ปรับลิ้นให้ชินกับรสชาติธรรมชาติ ลดการปรุงเค็มหรือกินผักดองให้น้อยลง

สังเกตสัญญาณเตือนภัยสุขภาพ หากมีอาการกลืนลำบาก หรือรู้สึกแสบร้อนในทรวงอกบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพหลอดอาหาร

ความสุขจากการกินอาหาร “ร้อนและเค็มจัด” อาจเป็นเพียงความพึงพอใจชั่วคราว แต่ผลเสียที่ตามมาอาจเป็นโรคร้ายที่เปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik