ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มากขึ้นเท่าไหร่ การหาเสียงก็เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากแต่ละพรรคจะต้องแจ้งให้สังคมรับรู้ถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี การเปิดเผยทีมงานที่จะเข้ามาทำหน้าที่ร่วมกันในฐานะฝ่ายบริหาร ก็มีส่วนสำคัญ เพราะการแก้ไขปัญหาประเทศ นอกจากจะมีนายกฯ เป็นแม่ทัพถือธงนำ บรรดาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็บทบาทที่จะช่วยเสริมการทำงาน ซึ่งที่มีความชัดเจนคือ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นคู่แข่งที่ถูกคาดหมายว่า จะช่วงชิงการได้ สส.มาเป็นลำดับชัดเจน โดยพรรคสีน้ำเงิน ใช้วันเดียวกับพรรคสีส้ม เปิดทีมงานฝ่ายบริหาร “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานหัวหน้าพรรค ภท. นำดรีมทีมลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นครั้งแรก ทั้ง สวนลุมพินี ตลาด อ.ต.ก. สวนจตุจักร สยามสแควร์ และตลาดเยาวราช ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รองนายกฯ ในสัดส่วนของพรรค รวมถึงแกนนำพรรค อาทิ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และผู้สมัคร สส.กทม.

ในระหว่างที่แกนนำพรรค ภท.เดินหาเสียงที่ตลาด อ.ต.ก. แม่ค้าในตลาดบางส่วนตะโกนว่า “นายกฯ คะหนูยังไม่ได้ 2,000 บาทเลยค่ะ คราวที่แล้วลงทะเบียนไม่ทัน” นายเอกนิติ จึงตอบว่า “เดี๋ยวจะรวมโครงการมานะครับ” ทำให้ประชาชนตอบกลับว่า “เลือกเลยค่ะ” นอกจากนี้ แม่ค้าในตลาดส่วนใหญ่ ที่ได้เจอกับนางศุภจี ได้บอกว่า ดีใจที่ได้เจอ พร้อมกับเข้ามาห้อมล้อม ขอถ่ายภาพตลอดทางเดิน โดยมีรายหนึ่งบอกว่า “ชอบก็เพราะคุณศุภจี เลือกก็เพราะคุณศุภจี เพราะคุณศุภจี เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก จะเป็นกำลังใจให้”

ด้าน “นายอนุทิน” กล่าวภายหลังลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาด อ.ต.ก. ว่า รู้สึกอย่างชัดเจนว่า ประชาชนให้ความเชื่อมั่นและชื่นชม ในสิ่งที่พรรค ภท. ได้ทำให้ในช่วงเวลาสั้นๆ และขออย่าดูว่าพรรค ภท.มีเพียงโครงการคนละครึ่งพลัส แต่พรรคยังมีนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย ทั้งเศรษฐกิจชุมชนพลัส การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ยกระดับผู้สูงวัย การเปิดโอกาสช่องทางสร้างรายได้ทุกช่วงวัย เมื่อถามว่า กังวลนโยบายรัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 ของพรรคเพื่อไทย (พท.) จะบลัฟนโยบายของพรรค ภท. นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปดูในอดีตที่ผ่านมาว่า พูดแล้วทำได้หรือไม่ พรรค ภท.พูดแล้วต้องทำได้

ต้องดูเรื่องของวินัยการเงินการคลังด้วย เมื่อถามว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้คน กทม. มีความเชื่อมั่นในพรรค ภท. เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมี สส.ในเมืองหลวง นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรค ภท.เติมเต็มด้านบุคลากร เราเอาคนที่มีความรู้ความสามารถตรงกับประสบการณ์ และให้อำนาจเต็มที่ในการทำงาน และการตัดสินใจ เมื่อถามว่า เดินตลาดแล้วได้ยินประชาชนพูดว่าเบอร์ 37 แล้วนายกฯ ตอบกลับว่า อิ่มเลย หมายถึงอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า คือปรากฏการณ์ที่เป็นสิ่งใหม่ ที่เกิดขึ้นสำหรับพรรค ภท. สมัยก่อนไม่มีแบบนี้ ผลงานที่เกิดขึ้นช่วงที่เราได้บริหารประเทศ คงเป็นที่เชื่อมั่น และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน เราจะทำให้ดีที่สุด

ส่วนพรรค ปชน. จัดเวทีแถลงเปิดตัว ‘รัฐบาลประชาชน’ เพื่อเปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน หากพรรคได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเปิดของทีมบริหาร รวมถึงทีมที่ปรึกษา แบ่งออกตาม 4 ด้านหลัก ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายกฯ ด้านการปฏิรูปรัฐ นำโดยศิริกัญญา ตันสกุล รองนายกฯ นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ นายวรภพ วิริยะโรจน์ นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ นายธีระ สุธีวรางกูร น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ นำโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกฯ นายรังสิมันต์ โรม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นายมุนินทร์ พงศาปาน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ นายกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ น.ส.ลลิตา หาญวงษ์ ที่ปรึกษา พล.อ.อ.ภูริทัต จันทร์แก้ว ที่ปรึกษา พล.ท.พงศกร รอดชมภู ที่ปรึกษาภายนอก

ด้านเศรษฐกิจนำโดยวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองนายกฯ นายพิศาล มาณวพัฒน์ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล นายเซีย จำปาทอง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร น.ส.มณิสรา บารมีชัย นายประมวล สุธีจารุวัฒน นายนัยวุฒิ วงษ์โคเมท ที่ปรึกษา นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ที่ปรึกษา นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ ด้านคุณภาพชีวิต นำโดยเดชรัต สุขกำเนิด รองนายกฯ นายอนุชาติ พวงสำลี นพ.บวรศม ลีระพันธ์ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ น.ส.ณัฐยา บุญภักดี นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี นายณรงเดช อุฬารกุล นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ น.ส.รชพร ชูช่วย ที่ปรึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม

ด้าน “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน.และแคนดิเดตนายกฯ กล่าวว่า มีความภาคภูมิใจที่จะมาแนะนำทีมบริหารของรัฐบาลประชาชน เราต้องการทีมบริหารที่เข้มแข็ง จึงประกอบไปด้วยโครงสร้างสําคัญ 2 ส่วน คือทีมทําเนียบรัฐบาล และ ทีมประจํากระทรวง โดยทีมทําเนียบจะเป็นหัวใจศูนย์กลางทํางานของรัฐบาลประชาชน เปรียบเสมือนกองบัญชาการของพวกเรา คอยจัดลำดับความสำคัญและเชื่อมประสานการทำงานระหว่างแต่ละกระทรวง ทีมทำเนียบรัฐบาลของรัฐบาลประชาชนประกอบด้วยตน ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ แต่มีแค่ตนคนเดียวไม่พอ เพราะเราต้องการทีมบริหารที่มืออาชีพและเราทำงานกันเป็นทีม

“การเลือกตั้งครั้งนี้พอกันที กับประโยคที่บอกว่าเลือกใครไป ก็เหมือนกัน เลือกใครไปก็เหมือนเดิม ผมยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ใช่ประโยคที่บอกว่ากาก้าวไกล กาพรรค ปชน.แล้วประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้คือ เวลาของการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ผมขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน 8 ก.พ.นี้ กาพรรค ปชน. 2 ใบ กาเห็นชอบบัตรประชามติด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าว

มาถึงวันนี้พรรคการเมืองที่มีโอกาสก้าวเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คงหนีไม่พ้น “ภท.” และ “ปชน.” ดังนั้นแต่ละฝ่ายจะต้องช่วงชิงความได้เปรียบเต็มที่ ทั้งการโชว์นโยบายและการดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยงาน หากได้เป็นฝ่ายบริหาร อยู่ที่ว่าสังคมจะให้การยอมรับใครมากกว่า

ส่วนผลสำรวจของโพลสำนักต่างๆ นั้น ด้าน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ยกแรก กระแสเลือกตั้ง 69” สำรวจระหว่างวันที่ 5-8 ม.ค. 69 รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเลือกตั้ง ปี 69 จากการสำรวจ เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 24.76 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ร้อยละ 20.84 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 14.12 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 4 ร้อยละ 12.12 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 ร้อยละ 9.64 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน  วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)

สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.40 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 21.96 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.72 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.16 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 8.40 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.48 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 22.32 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.44 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.56 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 7.80 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้งปี 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,682 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค. 69 พบว่า ถ้ามีการเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 34.23 รองลงมา คือ ภูมิใจไทย ร้อยละ 16.22 และเพื่อไทย ร้อยละ 16.03 และเลือก สส.เขตสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.56 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 18.46 และภูมิใจไทย ร้อยละ 16.29 ทั้งนี้บุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ คนต่อไป คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) ร้อยละ 31.99 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พท.) ร้อยละ 17.45 อนุทิน ชาญวีรกูล (ภท.) ร้อยละ 15.14  โดยปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง คือ นโยบายที่แก้เศรษฐกิจและปากท้อง ร้อยละ 52.35 รองลงมา คือ ผลงานจริงที่ผ่านมา ร้อยละ 45.64 ทั้งนี้จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สิ่งที่อยากบอกกับทหารไทย คือ ขอสดุดี ยกย่องทหารไทยที่เสียสละทุ่มเท ร้อยละ 37.15 รองลงมาคือ เป็นกำลังใจให้ทหารไทยที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ร้อยละ 31.16

จะเห็นว่าทั้งสองโพล “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำพรรคสีส้ม และพรรค ปชน. นำอยู่ทั้งสองโพล อยู่ที่ว่าจะรักษาคะแนนนิยมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง พรรคคู่แข่งจะปล่อยไม้เด็ดอะไรออกมา ในช่วงใกล้เลือกตั้งหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของประชาชน.

“ทีมข่าวการเมือง”