เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 12 ม.ค. 69 ร.ต.ท.นิธิรุจน์ โนจน์รัตน์ติธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถแท็กซี่ชนท้ายรถสิบล้อ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถจำนวนหลายราย บนถนน ทล.345 (บางพูน-บางบัวทอง) กม.13 ด้านบนสะพานปทุมธานี 2 มุ่งหน้า จ.นนทบุรี ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง รถกู้ชีพ รพ.ปทุมธานี ไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่นั่งสาธารณะ ยี่ห้อเอ็มจี สีส้ม ของสหกรณ์บวรแท็กซี่ จำกัด หมายเลขทะเบียน หอ-4742 กรุงเทพมหานคร ชนติดอยู่กับรถสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-1785 สระแก้ว จนได้รับความเสียหายพังยับเยิน ภายในห้องโดยสาร พบผู้ขับขี่และผู้โดยสาร แบ่งออกเป็นชาย 1 ราย หญิง 3 รายอัดก๊อบปี้อยู่ภายใน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างให้ความช่วยเหลือก่อนนำตัว นางสาวพนัสดา ภิญโญโชค อายุ 21 ปี ที่นั่งเบาะหลังออกมาได้ อาการสาหัสถูกนำตัวส่ง รพ.ปทุมธานี และอีก 3 รายเสียชีวิต ทราบชื่อ 1.นายสินทรัพย์ สำราญกาย อายุ 58 ปี คนขับรถแท็กซี่ 2.นางสาวคำหวาน หมื่นแทน อายุ 51 ปี 3.นางสาวบานเย็น หมื่นแทน อายุ 46 ปี โดยพบพืชผักสวนครัวที่บรรทุกมากับรถแท็กซี่ กระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

สอบสวนเบื้องต้น นายอรุณ หมอดี อายุ 54 ปี คนขับรถสิบล้อ บอกว่า ตนเองบรรทุกแป้งมันสำปะหลังมาจากสระแก้ว และกำลังจะไปส่งให้ลูกค้าที่นนทบุรี โดยขับมาเรื่อยๆ ขณะเกิดเหตุวิ่งอยู่เลนกลาง จากนั้นก็ได้ยินเหมือนเสียงรถชนท้ายจนทำให้ตนเองหงายหลัง จึงลงมาตรวจสอบพบแท็กซี่ชนเข้าที่ด้านท้ายรถ จึงรีบประสานตำรวจเพื่อประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ

ต่อมาอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ประสานไปทางลูกสาวของนางสาวบานเย็น หมื่นแทน อายุ 46 ปี ผู้เสียชีวิต โดยได้ข้อมูลว่า ทั้งหมดเหมาแท็กซี่ที่รู้จักกันเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. ที่ จ.สุรินทร์ และระหว่างเดินทางกลับโดยแท็กซี่ ระหว่างเดินทางไปส่งป้าที่ จ.นนทบุรี และจะมาส่งแม่ตนเองที่ซอยสุขุมวิท 101 กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุ

ร.ต.ท.นิธิรุจน์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน สอบปากคำผู้ขับขี่คู่กรณีและประสานรถยกขนาดใหญ่ทำการยกรถออกนอกเส้นทาง เพื่อเปิดการจราจร พร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป.