กลายเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทำเอาอบอวลไปด้วยน้ำตาและความประทับใจ เมื่อนักร้องสาวเสียงดี “ปุยฝ้าย ภัทณชา” หรือ “ปุยฝ้าย AF” ควงสามีหนุ่ม “ตาม เธียรวิชญ์” มาประกาศข่าวดีเรื่องการตั้งครรภ์หลังแต่งงานมา 4 ปี ในรายการ “คุยแซ่บโชว์” พร้อมเล่าจุดเปลี่ยนสำคัญจากคนที่เคยยืนยันหนักแน่นว่า ชีวิตนี้จะไม่ขอมีลูก สู่การพึ่งปาฏิหาริย์ทางการแพทย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนสำเร็จ

โดย ปุยฝ้าย ได้เผยว่า “ความรู้สึกที่รู้ว่ากำลังท้องคือมันเปลี่ยนไป มันกังวลตั้งแต่ตอนที่เราใส่ตัวอ่อน เราก็ได้ยินหลายคนพูดมาว่า มันจะติดยากนะ แต่ฝ้ายก็พยายามจะไม่กดดันตัวเอง แต่มันก็งง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็ว ตอนเราไป เราก็ไปตัวเปล่า แต่พอไปถึงโรงพยาบาล เขาใส่ตัวอ่อนให้เรา เราก็ต้องมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องดูแล ช่วงเจ็ดวันแรกที่ใส่ เราร้องไห้ เหมือนเรากำลังงง ปกติเราจะทำน้ำพริกอยู่ที่โรงงาน แต่พอเราอยู่บ้านคนเดียว เราถามตัวเองว่าเราเป็นโรคจิตหรือเปล่า ถามว่าเรากำลังอยากมีลูกจริงไหม ทำไมฉันสับสนแบบนี้ พอโทรปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่าเดี๋ยวลดยาให้ เพราะยาที่ให้เรานั้น พอเราทานเข้าไปแล้ว จะทำให้อารมณ์สวิง แต่ในทุกๆ ครั้งที่เราไปตรวจ มันก็มีสัญชาตญาณความเป็นแม่ มันดีใจที่เรามีเขา และล่าสุดก็เพิ่งไปฝากครรภ์มา คุณหมอบอกว่าให้ควบคุมอาหาร เพราะน้ำหนักคุณแม่เริ่มเยอะขึ้น
ถามว่าทำไมอยู่ดีๆ ความคิดถึงเปลี่ยนจากการไม่มีจนตอนนี้อยากมีน้อง หนูเชื่อแล้วว่าความคิดของมนุษย์ มันเปลี่ยนเนื่องด้วยสถานการณ์ วันนึงถ้าเราเจอผู้ชายที่เราจะรู้สึกว่าเขาจะเป็นพ่อของลูกได้ มันทำให้เราเกิดความปลอดภัย และก่อนหน้านี้ที่เราปฏิบัติธรรมมา เราก็รู้สึกว่าเราไม่อยากมีลูก เพราะเราไม่อยากมีห่วง ตอนนั้นเราคิดว่า ฉันมีลูก ฉันต้องให้เขาอีกหรอ เพราะกลัวว่าถ้ามีลูก เราจะรักเขาเกินไป เราจะห่วงเขาเกินไป พอเรามีสติ เราก็คิดว่าสิ่งที่เราปฏิบัติธรรมมาคือเราสอบตกใช่มั้ย มันทำให้เรารู้สึกว่า เราอยากจะทดสอบตัวเองในบทบาทความเป็นแม่ มันเลยกลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต คือรู้ป่ะตอนแรกๆ ที่เราใส่ตัวอ่อน แล้วเราอารมณ์สวิง เขามาโดนตัวเรา เรายังบอกเลยว่าอย่ามาโดน (ยิ้ม)

แล้วคือเราข้ามจากวิธีธรรมชาติ ไปปรึกษาแพทย์เลย ด้วยเราสองคนอายุเยอะแล้ว อีกอย่างเราสองคนทำงานอย่างบ้าคลั่ง อย่างฝ้ายก็มีความเครียดสูง แล้ววันที่เราไปตรวจ ความสมบูรณ์ของร่างกาย เราทั้งคู่ไม่ได้สมบูรณ์นัก ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นธรรมชาติ ลูกเราอาจจะออกมาไม่สมบูรณ์ ซึ่งถามว่าถ้าให้เขาโชว์ฝีมือ แล้วถ้ามันติดขึ้นมา กลัวลูกออกมาไม่สมบูรณ์ แล้วถ้าพอเขาเกิดขึ้นมาแล้วมีภาวะบางสิ่งบางอย่าง แล้วเราอาจจะรับภาวะนั้นไม่ได้ เลยทำให้คิดว่าการมีลูกของเราอยากจะให้เขาออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด เราจึงเลือกทางนี้ เพราะว่ารู้สึกว่าเป็นทางที่ปลอดภัย
แล้วเรากระบวนการการกระตุ้นไข่ เริ่มตอนที่เราเล่นละครเวทีเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เราก็เลยต้องจิ้มกระตุ้นไข่ตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็เลยบอกว่าเราแต่งงานกันแล้ว ก็เลยทำตัวอ่อนเลยดีกว่า ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แล้วหลังจากเล่นละครเวทีเสร็จ และในช่วงเดือนตุลาเราจึงไปใส่ตัวอ่อน ทุกอย่างตามเวลาเป๊ะ และเขาก็อยู่จริงๆ โดยที่ไม่ต้องเริ่มทำใหม่ แล้วก่อนหน้านี้ เราเป็นคนห้าวมาก แต่พอกระตุ้นไข่เราเปลี่ยนเป็นคนพูดจาละมุนละม่อมมากขึ้น อ้อนเขา (ตาม: เราก็ขนลุกขึ้นมาทันที (ยิ้ม) ซึ่งเวอร์ชันนี้ก็ดูแปลกๆ มันไม่ค่อยชิน)

คุณหมอท่านนี้เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรมาก แต่เขาก็บอกว่า ให้เราค่อยๆ ระวัง เนื่องจากเราเป็นคนไฮเปอร์ ซึ่งเราก็ใช้ชีวิตปกติ เขาห้ามขึ้นลงบันได แต่เราก็ขึ้นลง แล้วพอเราใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านคนเดียว เราก็ไม่รู้ทำอะไร ก็เลยทำกับข้าว ซึ่งมันใช้เวลา อยู่ดีๆ ก็เลือดออก ก็คุยกับหมอ หมอถามว่ายืนนานไหม เราก็บอกว่าไม่นานนะ แค่ 40 นาทีเอง หมอก็บอกว่านานเกินไป เพราะเราเพิ่งใส่ คุณหมอก็เลยส่งยามาให้กิน และให้นอนราบ พอเรารู้สึกว่าปกติ ก็ลุกขึ้นมาถูพื้นให้ซะหน่อย (ตาม: หลังจากที่ทราบว่าภรรยาตกเลือด มันห่วง เราก็พูดตรงๆ เลยว่าจากนี้ไปเราขอนะ บอกว่าอยากทำอะไรรอหน่อยเดี๋ยวเรากลับบ้านมา เดี๋ยวเราทำให้ แต่ด้วยความฝ้าย ถามว่าเราดุไหม ผมพูดครั้งเดียว แล้วแต่นะ เพราะว่าสุดท้ายที่ต้องรับผล คือตัวเรานะ ถ้ารับได้ ก็โอเค)
แล้วอย่างเวลาที่เรานั่งทำผม เขาก็บอกว่าทำไมฝ้ายถึงไม่ใส่แมสก์ เพราะว่ามันมีสเปรย์ อย่างวันนั้นที่มันมีเลือด มันก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวมาก เพราะว่าตัวอ่อนดันแข็งแรงมาก นางมุดไปที่ผนังมดลูก จนไปโดนเส้นเลือดฝอย เพราะว่าตอนที่เราไปตรวจล่าสุด ค่าฮอร์โมนขึ้นสูงมาก หมายถึงว่าเขาเกาะที่ผนังแน่นมาก เพราะเลือดออกสามรอบ (ตาม: คือไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว ก็อยากให้เขาได้คิด ว่าตัวเราเองก็ทำเต็มที่แล้ว ออกไปทำงาน ถูบ้านเราก็ทำแทน ทำงานบ้านทุกอย่างโดยไม่ต้องรอใคร ให้เขาได้เห็น ก็เลยเหลืออย่างสุดท้ายเราก็เลยบอกเขาไปว่า ถ้าท้องแทนได้ก็จะท้องแทนให้) เขาก็บอกว่าถ้าเขาเป็นคนที่โดนใส่ตัวอ่อนเอง เขาจะดูแลตัวเองได้ดีกว่าที่ฝ้ายดูแลตัวเองได้ในตอนนี้
หลังจากผ่านการเลือดออกมาแล้วสามรอบ แล้วพอมันติด สำหรับตัวฝ้าย ความสับสนที่รู้สึกว่าอยากมีหรือไม่มี แต่พอเรารู้ว่าเขาติด มันทำไมให้เราเคลียร์ความรู้สึกเหล่านั้นออกไปจากหัวได้ มันดีใจมาก และรู้สึกรับไม่ได้ถ้าเขาจะต้องเป็นอะไรไป ยิ่งรู้สึกว่าเราอยากจะดูแลเขาดีที่สุด (ตาม: เรารู้ว่าติดแล้ว เราเตรียมหาเครื่องปั๊มนม โรงเรียนลูกอยู่ที่ไหน)

แต่จริงๆ แล้วที่ไม่ใช่ใส่เข้าไปเยอะ เพราะว่ากลัวจะติดแฝด เพราะฝ่ายสามีเราก็เป็นแฝด คือบางท่านก็จะใส่ไปเผื่อไว้ ปลอดภัยซักหนึ่ง แต่อีกหนึ่งอาจจะไม่ปลอดภัย คือ คุณหมอเขาไม่ใส่ให้ฝ้าย เพราะว่าพี่ตามเขาเป็นแฝดแท้ คือถ้าใส่ไปแล้วสอง แล้วอยู่ดีๆ เขาแตกเป็นสาม มันจะวุ่น เพราะว่าถ้าใส่หนึ่ง อาจจะมีโอกาสที่เขาแตกออกมาอีกหนึ่งก็ได้ สรุปเขาไม่แบ่ง เขาอยู่คนเดียวเลย ส่วนความแพ้ท้องตอนนี้แซ่บมาก กินได้ทุกอย่าง ไม่ค่อยอาเจียนเลย ก็ถือว่าโชคดีมาก แต่เราได้ไวมาก แต่พอได้กลิ่นหอมกระเทียม มันเวียนหัว และเลเวลสองก็เหม็นผัว นั่งดูทีวีข้างๆ กัน นั่งใกล้ๆ กัน แล้วได้กลิ่นเขา เราเวียนหัว เราก็เลยเขยิบออกมานิดนึง เราก็เลยอ้างไปว่าน้ำหอมที่ฉีดมามันกลิ่นอะไร แต่เราก็ค่อยๆ พยายามบอกเขา
ส่วนเรื่องเพศ คือเราไม่ได้เลือกเพศ เพราะว่าถ้าเราได้ผู้ชาย เราก็ต้องอยากได้ผู้หญิงอีก และเราก็อยากลุ้น อยากให้เป็นธรรมชาติที่สุด เราก็บอกไปเลยว่าขอทราบเพศ แล้วตอนที่ใส่ตัวอ่อนลง เราก็ให้คุณหมอเลือกตัวที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด (ตาม: ลึกๆ แล้วผมอยากได้ลูกสาว แต่ปุยฝ้ายอยากได้ลูกผู้ชาย สุดท้ายแล้วเราก็ให้เลือกลูกเองว่าจะมาเกิดในเพศไหน) คือที่เราอยากได้ลูกชาย เพราะว่าเราเป็นลูกคนเดียว ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้อยู่กับพ่อ เราก็เลยรู้สึกว่าอยากได้ผู้ชายมาอยู่ด้วย มันจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ก็เราอยากให้ลูกชายคนโตเอาไว้ดูแลน้อง เพราะแผนเราคิดแล้วว่าเราอยากมีมากกว่าหนึ่ง แต่ก็ต้องขอดูคนแรกรอให้เขาเกิดก่อน ต้องรอดูตอนท้องโตว่าตอนนั้นฟีลลิ่งมันเป็นยังไง แล้วเสาร์หน้าก็จะได้เฉลยเราว่าจะได้ลูกสาวหรือลูกชาย

สำหรับลูกในท้อง คิดว่าน่าจะเป็นลูกของเจ้าแม่กวนอิม คือตอนที่เราใส่ตัวอ่อนได้สองวัน เราก็ฝันถึงเจ้าแม่กวนอิม 1000 มือ คือฝ้ายไม่ใช่สายเทพจีน เราไม่ได้บูชาท่านเป็นพิเศษ เราบูชาท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งในฝันบอกว่าให้เรากินมังเจ็ดวัน และหนูก็กิน และเราก็ไปตามหาเจ้าแม่กวนอิมที่เราเห็นในฝัน ก็ไปเจอที่วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าเหมือนท่านให้เราทำความสะอาดร่างกาย ก่อนที่เขาจะมาจุติ แล้วท่านก็ทักว่าลูกของเราเป็นผู้ชาย แล้วเขาก็บอกว่าให้ไปดูเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างๆ เจ้าแม่กวนอิมถือพัดอยู่ เขาก็บอกว่าลูกฝ้ายจะหน้าตาแบบนี้เลย ซึ่งเป็นความฝันใหญ่ที่เราฝัน ตอนแรกทุกคนก็จะทายว่าเป็นผู้ชาย แต่ตอนนี้คนที่ไทยก็เริ่มเปลี่ยนว่ามันเป็นผู้หญิง เขาบอกว่าคุณแม่สวย”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการคุยแซ่บโชว์



