สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ในเวเนซุเอลาว่า “กำลังไปได้สวย” รัฐบาลรักษาการของนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดี “ทำงานได้เป็นอย่างดี” และการประสานงานกับสหรัฐ “เป็นไปด้วยดี” พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า จะมีการพบหารือกับอีกฝ่าย “เมื่อถึงเวลาเหมาะสม”
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวขอบคุณรัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา ที่ทยอยปล่อยตัวนักโทษการเมืองออกมาอย่างต่อเนื่อง และกล่าวด้วยว่า เตรียมพบกับนางมาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2568 ภายในสัปดาห์นี้ด้วย
.@POTUS: "Venezuela is really working out well… [Delcy Rodríguez] asked us could we take 50 million barrels of oil and I said, 'yes, we can' — that's $4.2 billion, and it's on its way right now to the United States." pic.twitter.com/nFtGPpXEOk
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) January 12, 2026
ทั้งนี้ หลายฝ่ายโดยเฉพาะในยุโรป “ตกตะลึง” เมื่อทรัมป์ปฏิเสธสนับสนุนมาชาโด ในการขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง หลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 ม.ค. แต่กลับเลือกยอมรับโรดริเกซ ทั้งที่เธอเป็นพันธมิตรของมาดูโร
Trump threatens to block Exxon from Venezuela https://t.co/NEr8MxnJnJ
— Financial Times (@FT) January 12, 2026
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวถึงการที่เอ็กซอนโมบิล ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ระดับโลกของอเมริกา กล่าวว่า เวเนซุเอลายังคงเป็นประเทศที่ “ไม่น่าลงทุน” หากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ว่าเขาไม่ชอบความเห็นของเอ็กซอนโมบิล และยืนยันว่า มีบริษัทอีกหลายแห่งที่ต้องการเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา ดังนั้น เอ็กซอนโมบิลอาจหมดสิทธิ “เพราะเล่นตัวมากเกินไป”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



