เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ตลาดใหม่จอมทอง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ลงพื้นที่เพื่อช่วย นายพงษ์สรณัฐ ทองลี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กรุงเทพฯ เขต 26 เขตจอมทอง แขวงบางมด จอมทอง บางค้อ เขตบางขุนเทียน แขวงท่าข้าม รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พร้อมพบปะพูดคุยรับฟังปัญหาเสียงจากประชาชนพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในพื้นที่ รวมถึงแจกใบปลิวเพื่อแนะนำตัวผู้สมัคร
โดยขณะที่เดินหาเสียงและแจกใบปลิว ได้มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก รวมถึงแม่ค้าร้านหนึ่ง กล่าวให้กำลังใจระหว่างเดินทางเสียงว่า “สู้เขา สู้เขา อย่าไปยอม” หลังจากนั้นได้มีการเดินทะลุจากตลาดใหม่จอมทองเพื่อที่จะไปแยกจอมทอง-วุฒากาศ ระหว่างเดินได้แจกใบปลิวแม่ค้าขอสวมกอดนายวิโรจน์ พร้อมบอกว่า ได้เห็นตัวจริงแล้ว ตัวจริงหล่อ ซึ่งนายวิโรจน์บอกว่า “ตัวจริงไม่ใช่ AI นะครับ เดี๋ยวนี้ต้องระวังในเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะล่าสุดแม่ผมโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำเสียงใน YouTube ใช้ AI แปลงเสียงแล้วโทรฯ ไปหลอกแม่ผม แต่แม่ผมจับได้ เนื่องจากผมเรียกแม่ว่าหม่าม๊า แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เรียกแม่ผมว่าแม่ แม่ผมเลยเกือบซวย เพราะฉะนั้นหากโดนหลอกเข้ากรุ๊ป LINE อย่าไปเชื่อ เดี๋ยวรอผมมาปราบมัน”
นายวิโรจน์ เปิดเผยการลงพื้นที่ในวันนี้ ว่า วันนี้ตนลงพื้นที่ที่จอมทอง ถือว่าเปิดตอนเช้าเบอร์ 1 นายพงษ์สรณัฐ ทองลี ซึ่งได้พบพ่อค้าแม่ค้าและคนที่มาจ่ายตลาด ถือว่าได้รับการต้อนรับและพูดคุยเหมือนเดิม ในเรื่องของสารทุกข์สุกดิบและการค้าการขาย ซึ่งได้มีการบอกในเรื่องของนโยบายว่าเรามีการปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท และเราจะขยับเป็น 1,500 ในอีก 2-3 ปีต่อมา ยืนยันว่าเบี้ยผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่การสงเคราะห์หรือการดูแลความเป็นอยู่ ซึ่งตรงนั้นได้อยู่แล้วในเรื่องของความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุ แต่ผู้สูงอายุเขาอยู่ตรงไหน พอได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเขาก็มาใช้จ่ายตรงนั้น ทำให้เศรษฐกิจการค้าในชุมชนได้รับอานิสงส์ไปด้วย ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้ทั้งสวัสดิการและเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงมีการพูดถึงเรื่องหวยใบเสร็จ ที่เป็นนโยบายที่ยั่งยืนและได้ประโยชน์ในเรื่องของระบบการเงินการคลังของประเทศ เพราะถ้าเกิดร้านต่างๆ เข้าถึงระบบภาษีที่เป็นธรรม เวลาที่รัฐจะอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการก็จะตรงเป้าและรวดเร็ว
เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่อย่างไรบ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องการค้าขายรวมถึงยาเสพติด ซึ่งยาเสพติดเรารู้อยู่แล้วว่ามาจากไหน มาจากชนกลุ่มน้อยที่อยู่ฝั่งตะวันตกของประเทศ กลไกตรงนี้ต้องใช้กลไกของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเรายืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลก่อนหน้ามักจะมองกระทรวงการต่างประเทศเป็นเหมือนกระทรวงสนับสนุน แต่พรรคประชาชนของเรามองกระทรวงการต่างประเทศถือว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลก แต่ปัญหาต่างๆ อย่างเช่นยาเสพติด หรือการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงผลผลิตพืชผลการเกษตรก็ต้องใช้กระทรวงการต่างประเทศเป็นแกนนำในการเจรจาก่อนที่จะให้ทูตพาณิชย์ในการเจรจา
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า แต่ยาเสพติดตนคิดว่าต้องเจรจากับประเทศมหาอำนาจก่อน ที่มีอิทธิพลเหนือชนกลุ่มน้อยในว้า ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อสกัดตั้งแต่ต้นทาง สำหรับยาที่ทะลักและเล็ดลอดเข้ามาประเทศไทย ตนคิดว่าตำรวจก็คงต้องจับกุม แต่อย่างไรก็ตามปัญหาก็คือสำหรับรายเล็ก รายย่อย และผู้เสพ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสถานบำบัดของเรามีจำกัด เพราะฉะนั้นบางทีตำรวจก็อาจจะตัดพ้อ ว่าจับมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้บำบัดที่ไหน เราจึงมีนโยบายที่จะดึงเอาเอกชนเข้ามาร่วมกันจัดตั้งสถานบำบัดหรือให้บริการเรื่องสถานบำบัด เชื่อว่าหากเราลดอุปสงค์ของยาเสพติดลงตั้งแต่ต้นทาง เชื่อว่าจะแก้ปัญหายาเสพติดได้
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรคประชาชนลงพื้นที่และโดนชาวบ้านตำหนิ มองอย่างไรบ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า ซึ่งเราพูดตรงๆ ประชาชนก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ดังนั้นคิดว่าเรายอมรับดีกว่า แต่ถ้าใครว่าเรา เราก็น้อมรับและเดินจากไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และตนก็เคารพและให้เกียรติประชาชนทุกคน มองว่าการที่มีการตำหนินั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ หากเราไม่ไปเซ้าซี้หรือไปตอบโต้ก็เชื่อว่าประชาชนก็ให้เกียรติเราเหมือนกัน ซึ่งจะมีคนรัก 100% มันเป็นไปไม่ได้ โดยวันนี้การลงพื้นที่ประชาชนก็ให้การต้อนรับ ขณะที่ตนลงพื้นที่มาส่วนใหญ่ถูกต่อว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับเสียงที่ชื่นชมหรือทักทาย จับไม้จับมือยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภาพยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ค่อยถูกเอามาเป็นข่าว แต่ไม่เป็นไรเพราะเราทำงานของเราต่อไป เราให้เกียรติประชาชนและประชาชนก็ให้เกียรติเรา

เมื่อถามว่ามองว่าทำไมประชาชนถึงเข้าใจว่าพรรคประชาชนด้อยค่าทหาร จะมีการสื่อสารให้มากขึ้นกว่านี้หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเราสื่อสารเพียงพอแล้ว ซึ่งประชาชนที่เข้าใจก็เข้าใจ แต่วันนี้ประโยคคำแซวต่างๆ ตนเชื่อว่าคนที่แซวเราเขาก็เข้าใจ ว่าเราตั้งคำถามทำไม เรื่องของทหารมีไว้ทำไม ผมว่าทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่ามีไว้เพื่อปกป้องประเทศ ไม่ใช่เพื่อปกครองประเทศ และเราก็ตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมกับทหารชั้นผู้น้อยอยู่อย่างเสมอ ดังนั้นผมคิดว่าหากพูดตรงๆ คนที่เข้าใจก็เข้าใจ คนที่ไม่เข้าใจเราก็เคารพ ไม่เป็นไร
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ นายวิโรจน์พร้อมด้วยนายพงษ์สรณัฐ เดินเพื่อไปแยกจอมทอง-วุฒากาศ โดยระหว่างที่เดินหาเสียงได้เข้าไปทักทายและแจกใบปลิวแนะนำตัวผู้สมัคร ซึ่งหน้าร้านได้มีโบรชัวร์ให้ความรู้การเลือกตั้งและกาเห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของ iLaw เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยเจ้าของร้านเป็นคุณพ่อและลูกชาย เดินออกมาถ่ายรูปร่วมเฟรมกับนายวิโรจน์ พร้อมบอกว่า “เคยได้ยินแต่เสียง เจอตัวเป็นๆ ก็วันนี้ และขอให้ได้ชัยชนะนะครับ”
นายวิโรจน์กล่าวแซวลูกชายเจ้าของร้านว่า คุณอาจจะจำไม่ได้ตอนรัฐธรรมนูญปี 40 ที่เขารณรงค์ แต่ปะป๊าต้องจำได้ และใครบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกินไม่ได้ 30 บาทก็เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ด้านเจ้าของร้านที่เป็นพ่อบอกว่า ยังไงก็เอาชนะเผด็จการให้ได้แล้วกัน และอย่าให้ สส.เขตนี้ เหมือน สส. คนที่แล้ว เพราะปีที่แล้วผิดหวังจริง ๆ สส.เฮงซวยนั่น แต่ไม่ได้ต่อว่านะ ฝากความหวังให้กับคนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ระหว่างหาเสียงได้มีประชาชนโบกมือทักทายพร้อมยกนิ้วโป้งให้ และเปิดกระจกรถยนต์ทักทายนายวิโรจน์และนายพงษ์สรณัฐ



