เมื่อเวลา 07.27 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวรีกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งให้กระทรวงการคลัง ยกเลิกการใช้มาตรการภาษีลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ที่ใช้เป็นเกณฑ์การกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ลูกเอาชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีแล้ว พ่อแม่ขอบัตรสวัสดิการรัฐไม่ได้) ว่า นายกฯ และกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นทางสังคม โดยเป็นห่วงประเด็นนี้และเน้นย้ำจะให้ความเป็นธรรม ซึ่งจุดประสงค์คือต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อน และไม่มีสิทธิใดๆ ไม่มีใครดูแล เราไม่ได้เปิดสิทธิทบทวนคนที่เดือดร้อนมานาน ครั้งที่แล้วก็ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว
มีข้อร้องเรียนมากมายว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนที่ถือบัตรปัจจุบันประมาณ 13.2 ล้านคน มีคนที่เดือดร้อนจริงและไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ เราอยากให้บัตรสวัสดิการตรงนี้ตกไปถึงคนที่เดือดร้อนจริง วันนี้ได้เปิดให้กระทรวงมหาดไทยไปช่วยดูแลหาคนที่เดือดร้อนจริง และอาจจะตกหล่นคนที่จนไม่มีใครดูแล โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.-21 มิ.ย. 2569 และคนที่อยู่ในสิทธิปัจจุบันก็มาทบทวนคนที่ไม่เดือดร้อนจริงมีใครบ้าง และคนที่ไม่มีคนดูแลมีใครบ้าง ในสังคมไทยปัจจุบันจากข้อมูลที่ฟังมา จะมีรูปแบบบางคนที่ใช้สิทธิลดหย่อน แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริงตรงนี้เราก็เป็นห่วง การที่ไปตัดสินพ่อแม่ตรงนี้ อาจจะถูกกระทบ นายกฯ จึงสั่งให้ไปทบทวน
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ตนได้พูดคุยกับกระทรวงการคลัง ซึ่งกระบวนการในการทบทวนตรงนี้ เรามีคณะกรรมการพิจารณาคือ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะไปพิจารณาทบทวนตามข้อสั่งการของนายกฯ ว่าข้อนี้อาจจะไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ลูกที่ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ แล้วตัวเองต้องขาดสิทธิตรงนี้ ซึ่งวันนี้ได้มอบกระทรวงการคลัง นำเรื่องไปพิจารณาในคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อทบทวนสิทธิในข้อนี้ เพราะเราได้คำนึงถึงเสียงของสังคม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน

เมื่อถามว่าตรงนี้จะพิจารณาแล้วเสร็จนานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า จะดำเนินการด่วนที่สุด ปีนี้ใช้ลดหย่อนภาษีไปแล้ว เกณฑ์จะไม่ได้ใช้ปีนี้ แต่ในปีหน้าคงต้องมานั่งทบทวนกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หัวใจสำคัญของเรื่องที่จะเข้า ครม. คือการทบทวนคนที่ตกหล่นที่ไม่มีโอกาส ไม่มีใครดูแลเลย และไม่มีระบบสวัสดิการที่จะดูแล ซึ่งที่ผ่านมาที่ใช้กันมาตลอด 10 ปี ก็ถูกร้องเรียนเป็นจำนวนมากว่าคนที่ใช้สิทธิเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ เราต้องการเอาคนกลุ่มนี้ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อไปใช้สิทธิอื่น ยกตัวอย่างคนที่จะถูกตัดสิทธิ จาก 13.2 ล้านคน ที่เขาไม่ได้เดือดร้อนจริง ไม่ใช่คนที่จนที่สุด หลายคนไปยื่นใบสมัครโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่เราไม่ได้ให้ เพราะถือว่าอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ซึ่งคนที่จนที่สุดที่ไม่มีเงินแม้จะไปสมทบในไทยช่วยไทยพลัส คนกลุ่มนั้น คือกลุ่มคนที่เราต้องการช่วย วันนี้จึงต้องมีการทบทวน
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะต้องการให้เสร็จภายในเดือน ก.ค. 2569 เพราะวันที่ 1 ส.ค. 2569 เราจะให้คนที่หลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วย
เมื่อถามอีกว่าคนที่ไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องมาใช้ไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 1 ส.ค. จะได้ใช้สิทธิ 2 เดือนใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ใช้ได้ 2 เดือน ทั้งนี้ ข้อมูลการลงทะเบียนบัตรคนจนล่าสุดเกือบ 10 ล้านรายแล้ว
เมื่อถามย้ำว่าที่ติดปัญหาข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะหลักเกณฑ์ลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่ วันนี้เป็นเพียงการสำรวจสิทธิ ยังไม่ได้ตัดสิทธิใครเลย



