เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่อาคารสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาเกษตรกรภาคอีสานและสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน (สกอ. และ สพอ.) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อขับเคลื่อน และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการต่างๆ ของรัฐอย่างยั่งยืน

นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาเกษตรกรภาคอีสานและสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน (สกอ. และ สพอ.) ครั้งที่ 1/2569 สำหรับผลการประชุม ที่ประชุมได้มีมติรับทราบผลการดำเนินงาน และบัญชีรายชื่อกรณีปัญหาของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐ จำนวน 30 ปัญหา ในพื้นที่ 9 จังหวัด ก่อนจะพิจารณาให้ความเห็นชอบมติสำคัญเพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือเกษตรกรตามขั้นตอนต่อไป

โดยมุ่งเน้นการเร่งหาทางออกที่เป็นธรรมและเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐใน 8 โครงการใหญ่ อาทิ การให้ความเห็นชอบจ่ายค่าทดแทนที่ดินใน 4 อ่างเก็บน้ำสำคัญ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบ้านทำนบ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ่างเก็บน้ำอำปึล และอ่างเก็บน้ำห้วยสะพงน้อย พร้อมทั้งมอบหมายให้ทบทวนอัตราค่าขนย้ายที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิในโครงการเขื่อนสิรินธรให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และผลักดันการแก้ปัญหาที่ดินในอ่างเก็บน้ำลำตะโคง 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบผลการดำเนินการแก้ปัญหาโครงการฝายราษีไศล ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษและร้อยเอ็ด รวมถึงการชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จำนวนกว่า 5,353 ราย ตลอดจนเห็นชอบการจ่ายเงินค่าขนย้ายเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ 3 กลุ่มในโครงการอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเร่งเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด 

ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรัดกุม เป็นธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง ที่ประชุมจึงได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหา 1 คณะ และคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกรณีปัญหาในพื้นที่ 9 จังหวัด อีก 9 คณะ รวมเป็น 10 คณะ ร่วมขับเคลื่อนและเกาะติดผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด