นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)  เปิดเผยว่า สดช. ได้มีการสำรวจความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้โครงการ “ไทยแลนด์ ดิจิทัล เอ้าท์ลุค ประจำปี พ.ศ. 2569”  พบว่า  ภาพรวมความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัล ในปี 69 มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.12 คะแนน จากคะแนนเต็ม 4 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.56 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยมีพัฒนาการด้านความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์  ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล 

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาผลสำรวจการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พบว่าเทคโนโลยี เอไอ มีสัดส่วนการใช้งานมากที่สุด อยู่ที่ 21.18%  ตามมาด้วยเทคโนโลยี บล็อกเชน ที่ 20.09 %  และบิ๊ก ดาต้า  แอนาไลติกส์ ที่ ที่ 19.88%  ตามลำดับ โดยผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลเป็นกลุ่มที่มีความโดดเด่นที่สุดในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้จริง 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดการใช้งาน เอไอ  แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะเริ่มตื่นตัวในการนำ เอไอ มาใช้มากขึ้น แต่การประยุกต์ใช้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะทดลองและระยะนำร่องกว่า 77.02 % โดยแบ่งเป็น ระยะทดลอง 47.35%  และระยะนำร่อ 29.67% ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการนำ เอไอ มาใช้สนับสนุนธุรกิจ 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านการตลาด 39.21% ด้านการปฏิบัติการและกระบวนการทำงานภายใน 33.45%  และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที 33.09% 

นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า หากพิจารณาตาม  ดิจิทัล มาทูริตี เลเวล หรือระดับความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัลไทยยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่า คะแนนระดับความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่แบ่งตามขนาดธุรกิจ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก  มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง  และขนาดใหญ่  ตามลำดับ แม้ว่าธุรกิจขนาดเล็กจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ระดับความพร้อมโดยรวมยังอยู่ในระดับเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน จึงสะท้อนถึงความจำเป็นในการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และกลไกสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง