เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง รับแจ้งเหตุพบรถเก๋งจมอยู่ก้นคลองชลประทาน ด้านข้างโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เขตเทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงได้ประสานอาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นคลองชลประทานส่งน้ำที่เชื่อมต่อกับเขื่อนแม่กลอง บริเวณก้นคลองชลประทานซึ่งระดับน้ำลดลงเหลือไม่ถึง 1 เมตร พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา จมน้ำอยู่ สภาพรถบริเวณกระจกด้านหน้าและกระจกหลังมีร่องรอยแตกขนาดใหญ่ทำให้น้ำไหลเข้าไปท่วมในตัวรถ ขณะที่สภาพรถส่วนอื่นไม่พบร่องรอยความเสียหายแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ต้องประสานรถเครนมาช่วยยกรถเก๋งคันดังกล่าวขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบ ภายในรถพบโครงกระดูกมนุษย์อยู่บริเวณเบาะที่นั่งฝั่งคนขับ เมื่อตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถที่พบจึงทราบว่าเป็นรถของนายพัฒนศักดิ์ กาญจนโชคชัย อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของอู่ซ่อมรถชื่อดังในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานญาติของนายพัฒนศักดิ์ให้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ
โดยเมื่อญาติของนายพัฒนศักดิ์เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเห็นรถคันดังกล่าวถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจก่อนจะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า นายพัฒนศักดิ์ได้หายตัวออกไปจากบ้านในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกาตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค.66 หลังจากนายพัฒนศักดิ์หายตัวไป ครอบครัวได้ออกตามหาแต่ก็ไม่มีใครได้เบาะแส ครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่ามะกา กระทั่งมีผู้มาพบรถและพบโครงกระดูกที่เชื่อว่าน่าจะเป็นของนายพัฒนศักดิ์จมอยู่ก้นครองชลประทานดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านายพัฒนศักดิ์น่าจะขับรถผ่านมาบริเวณถนนเลียบคันคลองชลประทานและเกิดประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง โดยไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ทำให้นายพัฒนศักดิ์ติดอยู่ในรถและจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากทางครอบครัวของนายพัฒนศักดิ์ที่ระบุว่านายพัฒนศักดิ์ไม่มีศัตรูหรือมีปัญหาความขัดแย้งกับใครมาก่อน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการส่งโครงกระดูกดังกล่าวไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นโครงกระดูกของนายพัฒนศักดิ์หรือไม่ รวมถึงหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป
ขณะที่หนุ่มไรเดอร์ที่เป็นผู้พบรถคันดังกล่าวเป็นคนแรกให้ข้อมูลว่า ขณะขี่รถผ่านมาบริเวณถนนเลียบคันคลองตั้งใจจะมาดูคนตกปลา กระทั่งมาพบหลังคารถโผล่พ้นน้ำขึ้นมา เนื่องจากในช่วงนี้ทางกรมชลประทานงดปล่อยน้ำทำให้ระดับน้ำในคลองลดต่ำลงมาก จึงพบหลังคารถโผล่พ้นน้ำขึ้นมาและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการตรวจสอบ ซึ่งหากกรมชลประทานไม่ได้งดการปล่อยน้ำ ระดับน้ำในคลองชลประทานสายนี้จะสูงจนมองไม่เห็นหลังคารถที่จมอยู่ก้นคลองอย่างแน่นอน



