สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่าเมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) ผู้นำหรัฐกล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการดำรงตำแหน่งในวาระที่สอง เขาจะเรียกร้องให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10%
ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะไม่ปล่อยให้ประชาชนชาวอเมริกันถูก “เอาเปรียบ” โดยบริษัทบัตรเครดิตที่คิดอัตราดอกเบี้ย 20-30% อีกต่อไป
ด้านสมาคม 5 แห่งที่เป็นตัวแทนของธนาคารในสหรัฐ ได้แก่ สมาคมธนาคารแห่งอเมริกา สถาบันนโยบายธนาคาร สมาคมธนาคารเพื่อผู้บริโภค สมาคมบริการทางการเงิน และสมาคมธนาคารชุมชนอิสระแห่งอเมริกา ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า สนับสนุนเป้าหมายของประธานาธิบดี ในการช่วยให้ชาวอเมริกันเข้าถึงสินเชื่อที่ราคาไม่แพงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า การกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ 10% จะลดความพร้อมในการเข้าถึงสินเชื่อ และจะเป็นหายนะสำหรับครอบครัวชาวอเมริกัน รวมถึงเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหลายล้านคน ที่พึ่งพาและให้คุณค่ากับบัตรเครดิตของพวกเขา จึงอาจต้องผลักดันให้ผู้บริโภคไปหาทางเลือกอื่น ที่มีการควบคุมน้อยกว่าและมีราคาแพงกว่า
.@POTUS: "We're putting a one-year cap at 10%… The credit card companies have totally abused the public. I'm not going to let it happen." https://t.co/viiYXKW4Nf pic.twitter.com/zOEXECBK26
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) January 12, 2026
ตามข้อมูลของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่อย่างน้อย 21% และอาจสูงถึง 38% สำหรับผู้กู้ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยประมาณ 12% เมื่อสิบปีก่อน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



