เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ว่า วันนี้มาพร้อมกับผู้สมัคร สส. ของพรรคเพื่อไทยจ.สมุทรปราการ ทั้ง 8 คน 8 เขต รวมถึงผู้สมัครบัญชีรายชื่อทั้ง 3 คน ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเชื่อมั่นว่า ครั้งนี้จะกลับมาอย่างแข็งแรง มีสิทธิชนะทุกเขต โดยตั้งเป้าว่าจะชนะยกจังหวัดให้ได้ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดงมาก่อน เคยอยู่ในการทำงานของพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ผู้สมัครไปลงพื้นที่ กระแสของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยกำลังมา และประชาชนเรียกร้องที่จะพบปะ ขณะที่การทำงานของผู้สมัครตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ลงพื้นที่อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น สส. ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง เห็นได้ว่ามีความแตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา และอยากให้กลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ส่วนการปราศรัยใหญ่ จะจัดขึ้นที่บางปูแลนด์ในวันที่ 16 ม.ค. นี้ เวลา 16.00 น. โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 3 คน รวมถึงตัวผู้สมัคร จะขึ้นเวทีพบปะประชาชน และอาจมีเซอร์ไพร้ส์

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพบว่าสมุทรปราการเป็นสีส้มทั้งจังหวัด ในรอบนี้จะได้คืนกี่ที่นั่ง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราตั้งเป้ายกจังหวัด สีส้มเติมความจัดเข้าไปอีกหน่อยก็เป็นสีแดง ซึ่งเป็นพื้นที่พรรคเพื่อไทยเคยครองมาก่อน เพราะก่อนเป็นสีส้มก็เป็นสีแดงล้วนมาก่อน จึงเชื่อมั่นว่า พื้นที่นี้จะประสบชัยชนะได้อย่างแน่นอน และครั้งที่แล้วเป็นสีส้ม เป็นเพราะเรื่องของกระแส ซึ่งจากการลงพื้นที่พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจ สิ่งสำคัญคือประชาชนเรียกร้องตัวนายกฯ ที่เป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง คนที่จะนำเอาเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ นั่นคือนายยศชนัน ซึ่งสามารถถามได้จากผู้สมัครได้ว่าเมื่อไปลงพื้นที่ นายยศชนันมีกระแสตอบรับที่ดีมาก ขณะที่นโยบายของพรรคเพื่อไทยก็ตอบโจทย์ประชาชนในหลายข้อ ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ การประคับประคองคนที่อ่อนแอ การช่วยเหลือกลุ่มที่มีหนี้สิน นโยบายเหล่านี้ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ

เมื่อถามถึง การดึงบ้านใหญ่อัศวเหมเข้ามาช่วยจะยิ่งเสริมศักยภาพ หรือจะสร้างความเบื่อหน่ายให้ประชาชน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยมองว่าใครเป็นบ้านใหญ่บ้านเล็ก เรามองถึงการทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งบ้านอัศวเหมเป็นครอบครัวที่ทำงานกับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง แต่มีความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่ประชาชนประทับใจ คือ การทุ่มเททำงานให้กับประชาชนอย่างยาวนาน

เมื่อถามว่า ภาพรวมความนิยมทั้งประเทศเป็นอย่างไรบ้าง หลังเดินสายลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ในหลายโพลพรรคเพื่อไทยยังเป็นรองอยู่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องโพล อยากฝากสื่อว่าอย่าไปดูมาก ยิ่งดูยิ่งปวดหัว เพราะถ้าติดตามโพลตอนนี้ พรรคเพื่อไทยมีทั้งชนะ และแพ้ และดูจากโพลต่างๆ แล้ว มองว่า ปัจจุบันเชื่อได้ยากพอสมควร ซึ่งใช้เป็นแนวทางได้ แต่ไม่ใช่ตัวตัดสิน เพราะคนตัดสินอยู่ที่ประชาชนในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ซึ่งเรารับข้อสังเกตของแต่ละโพลไว้ แต่การทำงานอย่างหนักเท่านั้นที่จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจ ในส่วนของโพลก็ต้องยอมรับความจริง หลายพรรคการเมืองมีกำลังพลทางออนไลน์เยอะ โพลต่างๆ โดยเฉพาะออนไลน์ บางทีก็เปลี่ยนได้ ดังนั้น เชื่อว่าการเดินเข้าหาประชาชน และรับฟังจากประชาชนตัวจริง

เมื่อถามต่อว่า แต่โพลต่างๆ ทำให้ประชาชนคล้อยตามได้ จะเร่งเครื่องอย่างไรบ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากเป็นอย่างนั้น ก็ฝากนำเสนอโพลที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำบ้าง