เมื่อวันที่ 13 ม.ค. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการเจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี และบก.สส.ภ.1 เข้าช่วยเหลือนักศึกษาชายผู้เสียหายที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังผู้ปกครองเข้าแจ้งตำรวจ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ว่า นักศึกษาชายรายนี้ถูกมิจฉาชีพ ลักพาตัวและข่มขู่ให้โอนเงินเข้าบัญชีไปแล้วระหว่างวันที่ 11-12 ม.ค. รวมกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่านักศึกษาชายคนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตำรวจจึงระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบพบพิกัดอพาร์ตเมนต์ที่นักศึกษาชายคนดังกล่าวอยู่ ก่อนประสานนิติบุคคลเข้าเคาะห้องร่วมตรวจสอบ พบผู้เสียหายเปิดประตูออกมาอยู่ในอาการตกใจกลัว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและปลอบประโลมให้อยู่ในอาการสงบ

จากการสอบถามทราบว่าคนร้ายได้โทรศัพท์และวิดีโอคอล อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองเลย และเจ้าหน้าที่ ปปง. หลอกว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนบังคับให้โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ โดยรอบแรกผู้ปกครองโอนเงินไปให้แล้ว 490,000 บาท ต่อมาคนร้ายอ้างว่าเหยื่อจะไม่ปลอดภัยพร้อมสั่งให้ย้ายที่พักไปที่อพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมรายวัน ทั้งยังสั่งให้เหยื่อจัดฉากว่าถูกทำร้ายและให้ใช้เชือกมัดตัวเอง พร้อมจัดฉากถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บโดยให้ใช้สีมาทำเลือดปลอมทาร่างกาย ก่อนบังคับให้วิดีโอคอลไปหลอกผู้ปกครองเรียกเงินเพิ่มอีก 500,000 บาท กระทั่งเจ้าหน้าที่แกะรอยติดตามตัวช่วยไว้ได้ดังกล่าวและพาไปส่งผู้ปกครองทันที

ทั้งนี้ เมื่อผู้ปกครองกับลูกชายได้พบกันก็โผกอดแสดงความดีใจและกล่าวขอบคุณตำรวจที่ช่วยเหลือให้รอดพ้นจากมิจฉาชีพรายนี้
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวเตือนภัยไปยังผู้ปกครอง เด็กและเยาวชน หากพบการกระทำในลักษณะเช่นนี้ ขอให้ตั้งสติ และอย่าหลงเชื่อ โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจจริงจะไม่โทรศัพท์แจ้งการกระทำความผิด ไม่ส่งเอกสาร หมายจับ หมายเรียกต่าง ๆ ทางออนไลน์ ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด โดยเฉพาะหากมีการอ้างให้เรียกค่าไถ่ทิพย์ส่งไปยังผู้ปกครอง ขอให้เยาวชนรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจใกล้เคียง หรือโทรสายด่วน 1441 ทันที.



