เมื่อวันที่ 13 ม.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารตอบข้อสอบถามของพรรคภูมิใจไทย หลังจากนำข้อซักถามของพรรคเข้าที่ประชุม กกต.แล้ว 4 ประเด็น ประเด็นที่ 1 “การประกาศนโยบายการบริหารงานบุคคล เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ด้วยการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์การบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นคณะรัฐมนตรี การนำเสนอบุคคลโดยมีชื่อและภาพให้ประชาชนทราบและพิจารณาในการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ จะกระทำได้หรือไม่” เรื่องนี้ กกต.เห็นว่า การประกาศนโยบายการบริหารงานบุคคล การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองด้วยการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์การบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นคณะรัฐมนตรี หากเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย “ย่อมสามารถกระทำได้” ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ส่วนการนำเสนอบุคคลโดยมีชื่อและภาพให้ประชาชนทราบ และพิจารณาในการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ นั้น ให้ปฏิบัติตามข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565

ประเด็นที่ 2 “ผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย โดยมิได้เป็นสมาชิกพรรคแต่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายในการหาเสียงของพรรคซึ่งเป็นผู้ทราบรายละเอียดของนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถขึ้นเวทีหาเสียงกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่” ทาง กกต.มีความเห็นว่า “ได้” โดยต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทนผู้ช่วยหาเสียงเป็นไปตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 ทั้งนี้ ต้องไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ประเด็น 3 “ผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย โดยมิได้เป็นสมาชิกพรรคแต่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายในการหาเสียงของพรรค ซึ่งเป็นผู้ทราบรายละเอียด ของนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถมีรูปถ่ายในป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่” เรื่องนี้ กกต.เห็นว่า “ไม่ได้” เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมิได้เป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ หัวหน้าพรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมือง ตามข้อ 9 วรรคสอง ประกอบข้อ 6 วรรคสองของประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้งและสถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2565

ประเด็นที่ 4 “ผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย โดยมิได้เป็นสมาชิกพรรคแต่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายในการหาเสียงของพรรคซึ่งเป็นผู้ทราบรายละเอียดของนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคให้ไปร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ตามรายการต่าง ๆ ที่ได้รับเชิญได้หรือไม่” ประเด็นนี้ กกต.มีความเห็นว่า “ได้” หากได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทนผู้ช่วยหาเสียงเป็นไปตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565

และการร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ตามรายการต่าง ๆ ที่ได้รับเชิญ นั้น ต้องมิใช่เวทีประชันนโยบายบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมือง ตามมาตรา 81 วรรคสอง แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และข้อ 14 และข้อ 15 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566

ทั้งนี้ ต้องไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566