สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ว่า นายทอมมี พิกอตต์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งใด มากไปกว่าการปกป้องพลเมืองอเมริกัน และการรักษาอธิปไตยของสหรัฐ
ตัวเลขดังกล่าวนับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 ซึ่งมากกว่าจำนวนวีซ่าที่ถูกเพิกถอนเมื่อปี 2567 ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถึง 2.5 เท่า
สถิติของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า เหตุผลส่วนใหญ่ในการเพิกถอนวีซ่า เนื่องจากพบว่า บุคคลนั้นกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งรวมถึงการทำร้ายร่างกายและการเมาแล้วขับ โดยในจำนวนวีซ่าซึ่งมีการยกเลิกนั้น ประมาณ 8,000 รายการ คือวีซ่านักเรียนและนักศึกษา
Trump administration has revoked over 100,000 visas, @StateDept sayshttps://t.co/V7eh7PcuXB
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) January 12, 2026
นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ยืนยันว่า การดำเนินการเหล่านี้ เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายความมั่นคงภายใน ซึ่งบัญญัติในช่วงยุคทศวรรษที่ 1950 โดยอนุญาตให้สกัดกั้นการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ ที่ต้องสงสัยมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ
อนึ่ง รัฐบาลทรัมป์เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบวีซ่า ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบประวัติการโพสต์ในโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นคำร้อง โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ การยกระดับความเข้มงวดของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



