สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ว่า นายทอมมี พิกอตต์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งใด มากไปกว่าการปกป้องพลเมืองอเมริกัน และการรักษาอธิปไตยของสหรัฐ

ตัวเลขดังกล่าวนับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 ซึ่งมากกว่าจำนวนวีซ่าที่ถูกเพิกถอนเมื่อปี 2567 ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถึง 2.5 เท่า

สถิติของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า เหตุผลส่วนใหญ่ในการเพิกถอนวีซ่า เนื่องจากพบว่า บุคคลนั้นกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งรวมถึงการทำร้ายร่างกายและการเมาแล้วขับ โดยในจำนวนวีซ่าซึ่งมีการยกเลิกนั้น ประมาณ 8,000 รายการ คือวีซ่านักเรียนและนักศึกษา

นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ยืนยันว่า การดำเนินการเหล่านี้ เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายความมั่นคงภายใน ซึ่งบัญญัติในช่วงยุคทศวรรษที่ 1950 โดยอนุญาตให้สกัดกั้นการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ ที่ต้องสงสัยมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ

อนึ่ง รัฐบาลทรัมป์เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบวีซ่า ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบประวัติการโพสต์ในโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นคำร้อง โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ การยกระดับความเข้มงวดของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES