เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 13 ม.ค. 69 ที่ตลาดนัดบ้านหินกอง จ.ขอนแก่น นายไชยา พรหมา ผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคกล้าธรรม สมทบ กับแกนนำของพรรคกล้าธรรม โดยยืนยันว่า เหตุที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพราะดูแลเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานเป็นหลัก โดยเงื่อนไขหนึ่งของพรรคกล้าธรรมคือทุกครั้งที่ร่วมรัฐบาล พรรค  ควรจะได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหลัก เพราะเป็นกระทรวงหัวใจสำคัญของประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน ดังนั้นจึงถูกจริตกับตนในฐานะที่เป็น สส.หนองบัวลำภู มาถึง 9 สมัย โดยตนเองมาจากลูกชาวไร่ชาวนาและอยู่กับประชาชนมาตลอดระยะเวลาที่เป็น สส. กว่า 30 ปี โดยที่ผ่านมาพบว่าความเป็นอยู่ของเกษตรกร ยังยากลำบาก เสียงของคนจนไม่ดังเท่ากับภาคธุรกิจ เอกชน ที่เรียกร้องไปยังรัฐบาล และรัฐบาลมีมาตรการต่างๆ สนับสนุนออกมา แต่สำหรับภาคการเกษตรแล้วยังต้องเดินสายประท้วงไปยังทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ โดยเสียงของคนลำบาก หรือ เสียงของคนจนยังไม่ดังพอ โดยทุกรัฐบาลเมื่อเวลาอยากได้คะแนน ก็จะมาขอคะแนนจากภาคคนอีสาน และเมื่อได้ไปจำนวนมากพอ มีอำนาจแล้วไม่เคยมีนโยบายใดที่เกี่ยวข้องกับคนจน โดยเฉพาะประชาชนภาคการเกษตรทั้งหลาย

“2 ปีของบางรัฐบาล ลืมคำสัญญาของประชาชน พอได้อำนาจแล้วก็ลืม แต่บัดนี้คนอีสานจะต้องลืมตาอ้าปากยืนบนขาของตนเองได้ ซึ่งวันนี้ตนเองเห็นพรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค หัวหน้าพรรค เป็นคนจริงและกล้าต่อสู้และพูดอย่างไรก็ทำเช่นนั้น” นายไชยา กล่าว

นายไชยา กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมจะแก้ปัญหา ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อยกระดับที่ดิน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น และทำประโยชน์ในที่ดินทำกินของตนเองได้ และพรรคกล้าธรรมยังมีนโยบายบริหารจัดการน้ำ โดยจะใช้เทคโนโลยีใช้นวัตกรรม AI เข้ามาช่วยช่วยระบบชลประทาน ให้ทันสมัย โดยต้องเอาชนะธรรมชาติให้ได้ จึงเป็นหัวใจสำคัญของภาคการเกษตร นอกจากนี้ยังจะดูแลเกษตรกรชาวไร่อ้อย และอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยการลดต้นทุนการผลิต ใช้ปุ๋ยในราคาที่ถูกลง เพื่อเป็นที่พึ่งชาวไร่ ชาวนา พร้อมกันนี้จะเร่งนโยบายลดดอกเบี้ย ด้วยการจัดตั้งธนาคารเพื่อประชาชนหรือธนาคารเกษตรเพื่อประชาชน ดอกเบี้ยต่ำไม่เกินร้อยละ 4 ต่อปี เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ย ซึ่งทั้งหมดคือแนวทางของพรรค โดยยืนยันว่านโยบายทั้งหมดจะทำมากกว่าพูด ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจว่าพรรคกล้าธรรมและตนเอง พร้อมที่จะร่วมเข้าไปแก้ไขปัญหาของภาคการเกษตร นี่คือเหตุผลของการตัดสินใจที่มาร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม เพราะเห็นว่ามีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาประชาชนภาคการเกษตรเป็นหลัก.