เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ จ.ตรัง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงอุบัติเหตุเครนยกสะพานรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย บาดเจ็บกว่า 40 ราย ว่า  เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอายและไม่อาจยอมรับได้ เนื่องจากการถล่มของเครนก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งกรณีเขตลาดกระบัง ถนนพระราม 2 และล่าสุดที่ อ.สีคิ้ว ซึ่งลักษณะเหตุการณ์คล้ายกันทั้งหมด จนทำให้ตู้โดยสารรถไฟบิดเสียหาย

“ผมภาวนาไม่ให้มีการสูญเสียชีวิต แต่คำถาม คือ ทำไมเหตุแบบนี้ถึงเกิดซ้ำซาก เพราะคนที่ประมาทไม่เคยเข็ดหลาบ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ และไม่มีเจ้าภาพที่รับผิดชอบโดยตรง หากยังไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจะไม่เกรงกลัวต่อความผิด และความตายจะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชนทุกคน” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุ หน่วยงานเจ้าของโครงการมักถูกมอบหมายให้ตรวจสอบกันเอง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยนำไปสู่การหาความจริงหรือการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ส่งผลให้ความสูญเสียเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และตนขอย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่มีความตั้งใจผลักดันกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้มีองค์กรกลางอิสระที่ไม่มีส่วนได้เสียกับโครงการ ทำหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุ และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างจริงจัง ดังนั้น เราจะไม่ปล่อยให้คนประมาทลอยนวล ต้องฟ้องให้ถึงที่สุด ทั้งแพ่งและอาญา ให้เข็ดหลาบ ไม่เช่นนั้น เหตุการณ์แบบตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม หรือโครงการก่อสร้างพังซ้ำ ๆ จะยังเกิดขึ้นต่อไป และสุดท้ายก็ไม่มีใครรับผิดชอบ

“ทั้งนี้ สาเหตุที่เครนถล่ม บอกตรง ๆ คือเขาไม่กลัวความผิด เพราะไม่เคยเห็นใครติดคุก ไม่เคยเห็นใครถูกปรับจริงจัง มันคือระบบเกาหลังกัน ลูบหน้าปะจมูก แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีหน่วยงานอิสระเป็นเจ้าภาพ ไม่เกี่ยวกับใครเลย หลักการของกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ คือการมีองค์กรกลางที่ทำงานอย่างเป็นอิสระ ตรวจสอบอย่างโปร่งใส และส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีโดยตรง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ผู้กระทำผิดต้องรับโทษจริง ทั้งจำคุกและปรับทางการเงิน นอกจากนี้ ยังเชิญชวนประชาชนสนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 เพื่อผลักดันกฎหมายดังกล่าว ขอย้ำว่าหากไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงวันนี้ ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้” นายสุชัชวีร์ กล่าว.