จากกรณี ศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว 3 จำเลยตระกูล พรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ (MORE) ประกอบด้วย นายเอกภัทร พรประภา หรือไฮโซคิม นายอธิภัทร พรประภา (พี่ชายไฮโซคิม) และนางอรพินธุ์ พรประภา (มารดาไฮโซคิม) เนื่องด้วยเหตุที่ทั้ง 3 คน ไม่เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ตามนัดหมายเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 69 โดยมีพฤติการณ์หลบหนี

ทางพน้กงานอัยการจึงมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเจ้าของสำนวนคดีพิเศษที่ 66/2566 กรณี ปั่นหุ้นมอร์ โดยมีกลุ่มบุคคลร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ในความผิดฐานฉ้อโกงฯ ไปยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับบุคคลทั้ง 3 ราย จากนั้นวันที่ 12 ม.ค. 69 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องขอศาลอาญาออกหมายจับตามคำสั่งของพนักงานอัยการคดีพิเศษ

ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แจ้งความประสงค์เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 13 ม.ค. 69 และได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลอาญา ด้วยวงเงินหลักทรัพย์รายละ 5 ล้านบาท พร้อมให้การปฏิเสธขอสู้คดี ศาลอาญาจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย (นัดพร้อมคู่ความ) ในวันที่ 16 มี.ค. 69 เวลา 09.00 น.

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี เห็นว่าการกระทำความผิดตามฟ้องส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และคดีมีมูลค่าความเสียหายสูง กรณีเป็นเรื่องร้ายแรงประกอบกับจำเลยทั้ง 3 ไม่ไปพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดฟ้องคดี จนเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนมาขอหมายจับและ ศาลออกหมายจับจำเลยไว้แล้ว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องหาชายไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้ต้องหาหญิงที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ว่า วานนี้ (13 ม.ค.) เวลาประมาณ 18.00 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัวผู้ต้องขัง กลุ่มบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ไว้คุมขัง จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา และนายอธิภัทร พรประภา ส่วนทัณฑสถานหญิงกลาง ก็ได้รับตัว นางอรพินธุ์ พรประภา ไว้คุมขัง

ทางเรือนจำได้ปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านควบคุมผู้ต้องขัง ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การรับตัวผู้ต้องขัง ทางเรือนจำได้ดำเนินการตรวจค้นตัวผู้ต้องขัง จัดทำประวัติผู้ต้องขัง ขั้นตอนที่ 2 คัดกรองโรค ปรากฏผล ดังนี้ นายเอกภัทร พรประภา ผู้ต้องขังแจ้งว่าสภาพร่างกายมีโรคประจำตัว (เกี่ยวกับหลอดลม ความดันสูง) ส่วนสภาพจิตใจ ไม่พบความผิดปกติ ส่วนกรณีของ นายอธิภัทร พรประภา ผู้ต้องขังแจ้งว่าสภาพร่างกายมีโรคประจำตัว (เกี่ยวกับภูมิแพ้) และสภาพจิตใจปกติ ทั้งนี้ ในขั้นตอนที่ 3 การควบคุมผู้ต้องขังระหว่างนี้ เรือนจำได้ส่งตัวเข้าแดนแรกรับเพื่อกักตัว 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 69-17 ม.ค. 69 จากนั้นเมื่อครบการกักโรค จึงจะเข้าสู่กระบวนการจำแนกเพื่อส่งตัวเข้าแดนควบคุม

ในส่วนการใช้ชีวิตวันแรกในเรือนจำของทั้ง 3 ราย พบว่าต่างมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็ยังไม่ปรากฏความเครียดสูงผิดปกติ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ยังคงควบคุมดูแลผู้ต้องขังทุกรายตามหลักสิทธิมนุษยชนภายใต้มาตรฐาน การปฏิบัติด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (StandardOperatingProcedures:SOPs) อย่างเคร่งครัด.